รีวิว ขุนพันธ์ 2

เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับหนังแอคชั่นฟอร์มยักษ์ ขุนพันธ์ 2 ภาคต่อที่จะมาระเบิดความมันส์ให้ได้ชมกันอีกครั้ง แน่นอนว่าหนังก็ยังคงได้ผู้กำกับคนเดิม ก้องเกียรติ โขมศิริ มาสร้างความสนุกให้แฟนๆ ได้ชมกันอีกครั้ง พร้อมด้วยนักแสดงนำอย่าง อนันดา เอเวอร์ริงแฮม ในบทขุนพันธ์, เป้ อารักษ์ ในบทเสือใบ, ผู้พันเบิร์ด ในบทเสือฝ้าย และสองสาว ก้อย รัชวิน, แม็กกี้ อาภา ที่จะมีบทบาทสำคัญในเรื่องกับอีกหนึ่งหนุ่ม วุฒิ นันทวุฒิ ตัวร้ายคนใหม่ของจักรวาลขุนพันธ์

ขุนพันธ์ 2 ว่าด้วยเรื่องราวการกลับมาของ ขุนพันธรักษ์ราชเดช นายตำรวจมือปราบจอมขมังเวทย์หนึ่งเดียว ที่พร้อมประชันหน้ากำราบที่สุดแห่งเสือภาคกลางที่โด่งดังในประวัติศาสตร์แฟ้มอาชญากรรมไทย ด้วยอาวุธ ด้วยอาคมแกร่งกล้า และด้วยความดี

หลังสร้างความมันส์ให้แฟนหนังอย่างจุใจในภาคแรกแล้ว ไม่นานเกินรอก็มีภาคต่อมาให้ชมกันแบบไม่ขาดตอนเลยทีเดียว สำหรับ ขุนพันธ์ 2 ที่ครั้งนี้ผู้กำกับ ก้องเกียรติ โขมศิริ ก็ยังคงใช้นักแสดงหลักชุดเดิมเพิ่มเติมคือตัวร้ายตัวใหม่ที่จะมาสร้างสีสันให้กับหนังมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น เสือฝ้าย หัวหน้าชุมเสือภาคกลาง และ อัศวิน ตำรวจหนุ่มไฟแรง ได้ว่าจัดเต็มชุดใหญ่กันเลยทีเดียว

บอกตามตรงว่าดูหน้าหนังขุนพันธ์ในภาคนี้นั้นดูดีกว่าภาคที่แล้วมาก ด้วยโปรดักชั่นงานสร้างที่ยิ่งใหญ่อลังการงานสร้าง ระเบิดภูเขาเผากระท่อมมาเต็ม งานภาพก็ดูดีแถมงานซีจีสเปเชียลเอกเอฟเฟกต์ก็ยังพัฒนาขึ้นมาก ในส่วนของบทก็ถือว่าทำออกมาค่อนข้างดีทีเดียว แม้บางช่วงอาจจะไม่ประติดประต่อแถมยังมีความตื้นเขิน แต่ด้วยงานแอคชั่นที่ทำออกมาได้มันส์สะใจ ประกอบกับวิชาอาคมต่างๆ ที่ตัวละครงัดออกมาสู้กันจึงพอกลบเรื่องของบทไปได้

ในส่วนของการแสดงของภาคนี้ หนุ่มอนันดา ก็ยังคงมาวินถ่ายทอดความเป็นนายตำรวจผู้ซื่อสัตย์ออกมาได้อย่างชัดเจน ผู้พันเบิร์ด ในบทเสือฝ้าย ก็ดูน่าเกรงขามสมกับเป็นหัวหน้าโจร แต่ดูเหมือนยังสลัดคราบคนดีจาก ตำนานสมเด็จพระนเรศวร ออกไม่ได้ ทำให้ยังไม่ค่อยเชื่อว่าเป็นตัวร้าย

และไม่พูดถึงก็คงไม่ได้สำหรับบทบาทของ หนุ่มเป้ อารักษ์ ที่ดูเหมือนจะมีมิติมากที่สุด ด้วยการแสดงที่มีหลากหลายอารมณ์ ทำให้เราได้เห็นศักยภาพของเขาที่ไม่ธรรมดา ด้วยความที่มีตัวละครสำคัญมากมาย จึงมีการเกลี่ยความสำคัญของตัวละครตัวอื่นๆ อย่างละเล็กละน้อย และดับฝันการเป็นตัวร้ายในภาคต่อของตัวละคร อัศวิน (รับบทโดย วุฒิ นันทวุฒิ) ที่มีทีท่าว่าจะไปต่อในภาคหน้าได้

แน่นอนว่านอกจากจะมีดีเรื่องงานแอคชั่นแล้ว หนังยังสะท้อนมุมมองทางสังคมและการเมืองออกมาได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการทุจริตคอรัปชั่น การใช้อำนาจไปในทางที่ผิดของนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ แถมยังมีการถ่ายทอดบทบาทของผู้มีอำนาจในบ้านเมืองเราออกมาได้อย่างคล้ายคลึงกันมาก

ขณะเดียวกันหนังก็ยังทำให้เราฉุกคิดเกี่ยวกับการทำหน้าที่ของตัวเองว่าแบบไหนที่ควรจะทำและทำแล้วมันถูกต้อง นี่จึงเป็นอีกหนึ่งหนังซูเปอร์ฮีโร่สัญชาติไทยที่มีดีและสนุกมากกว่าที่คิด หากได้รับการพัฒนามากขึ้นไปเรื่อยๆ สามารถทัดเทียมหนังซูเปอร์ฮีโร่ของต่างชาติได้เลย

หนังแนะนำ