รีวิว วอน (เธอ) หนังไทยม้ามืดส่งท้ายปลายปี

วอน (เธอ) เลือกจะเปิดเรื่องราวมาด้วยการใช้ประโยคที่ว่า “เพราะทุกคนย่อมเป็น พระเอก นางเอก ในเรื่องของตัวเองเสมอ” ก่อนที่จะตัดแบ่งเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด ผ่านมุมมองของตัวละครทั้งสี่อันประกอบไปด้วย เดี่ยว (มีน-พีรวิชญ์ อรรถชิตสถาพร) โอม (เซ้นต์-ศุภพงษ์ อุดมแก้วกาญจนา) บิว (พีค-ภีมพล พาณิชย์ธำรง) และปิดท้ายด้วย เนเน่ (ฟ้า-ษริกา สำรทศิลป์ศุภา)

การที่หนังเลือกจะเล่าเรื่องราวของเดี่ยวก่อน คือการทำให้คนดูเห็นว่าการที่ชายคนหนึ่งตกหลุมรักผู้หญิงสักคนนั้น เขาต้องใช้ความพยายามมากแค่ไหนในการทำให้เธอชอบ แม้ว่าความเป็นจริงแล้วอีกฝ่ายอาจจะไม่ได้คิดอะไรกับเขาเลยก็ตาม
อย่างที่บอกเมื่อหนังเลือกจะเสนอเรื่องราวความรักผ่านสายตาของตัวเอกแต่ละตัว ตัวละครในแต่ละพาร์ทจึงจมจ่อมอยู่กับความคิดของตัวเองและมองว่าสิ่งที่ตัวเองทำนั้นคือสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว กลอุบายที่หนังวางเอาไว้จึงเริ่มสัมฤทธิ์ผลในเรื่องราวของคนต่อๆมาที่พลิกความรู้สึกของคนดูว่า จริงๆแล้วสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวละครก่อนหน้านั้น ความเป็นจริง “เรื่องจริง” ที่เกิดขึ้นนั้นอาจจะไม่ได้เป็นไปตามมุมมองของตัวละครอีกคน

จุดเซอร์ไพรส์ประการสำคัญคือการแสดงของฟ้า-ษริกา สำรทศิลป์ศุภา ในบทของเนเน่ที่ทำให้เรามองเห็นว่า การที่เธอเป็นผู้หญิงคนหนึ่งในช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิต จะเป็นวัยรุ่นก็ไม่ใช่จะเติบโตเต็มวัยไปเป็นผู้หญิงเต็มตัวก็ยังไม่ชัวร์ ทำให้เราได้เห็นมิติของตัวละครนี้ผ่านผู้ชายทั้งสามคน ที่ “ทั้งมองและปฏิบัติต่อเธอ” ในแง่มุมที่ต่างกัน แถมในเส้นเรื่องของแต่ละคน เนเน่ของเดี่ยว โอมและวิว ก็เป็นคนละเวอร์ชั่นกัน ในแง่ของการแสดงเล็กๆน้อยๆ ที่เรียกได้ว่าเป็นงานละเอียดในการแสดง (เพราะถ้าเล่นใหญ่ เล่นต่างตัวละครนี้จะกลายเป็นคนหลายบุคลิกทันที)

ก่อนที่เรื่องราวทั้งหมดจะเดินหน้าไปสู่บทสรุปว่า “ทำไม” และ “เกิดอะไรขึ้นกับเนเน่” ระหว่างทางของหนังก็เปิดโอกาสให้นักแสดงชายแต่ละคนได้รับโอกาสในการโชว์สกิลด้านการแสดงอยู่ไม่น้อย ซึ่งคนที่โดดเด่นที่สุดน่าจะเป็นพีค-ภีมพล พาณิชย์ธำรง ในบทบิวเพื่อนสนิทของเดี่ยว ที่พยายามเป็นคนกลางในการคอยช่วยเหลือเพื่อนตัวเองให้สมหวังในความรัก ทั้งที่ลึกๆในใจเขาก็ยังอะไรบางอย่างที่ไม่อาจจะพูดออกไปได้เช่นกัน
หากใครที่มองว่าหนังไทยกระแสหลักปีนี้ดูไม่มีอะไรน่าสนใจ วอน(เธอ) อาจจะเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจครับ

หนังแนะนำ