รีวิว หนังเอเชียนอกสายตา มือพิฆาตบัตโตไซเดินทางไปตะวันตก

เดือนนี้จริงๆเป็นเทศกาลเสียตังให้ major  จน จขกท ต้องไปซื้อบัตร M Gen มาใช้เลยทีเดียว

คิวหนังที่จะดูมีเกือบทุกสัปดาห์  ที่ล็อคหัวคิวรอก็มีตั้งแต่ Iron Man3 (ดูไปแล้ว), StarTrek(ชอบภาคแรกมว๊ากกกกกกกกกกก) และ Fast 6  ที่ จขกท จะไม่รออ่านรีวิว  ไปดูก่อนแน่นอน จริงๆแอบเล็งๆ the great gatsby กับ now you see me ไว้อีกว่า  ถ้ารีวิวดีจะต้องโดน  ซึ่งเรื่องหลังของพี่ฟรีแมนน่าจะโดนอีกเหมือนกัน(จากเรื่องย่อ)

แต่พอไล่โปรแกรมหนังก็ไปสะดุดกับหนังเอเชียสองเรื่อง  ซึ่งถ้าเอาจากชื่อเรื่อง  ถือว่าน่าสนใจมาก  คือ

1. Rurouni Kenshin  หรือภาพยนต์ที่ทำมาจากหนังสือการ์ตูนเรื่อง “ซามูไรพเนจร” นั่นเอง
2. Journey to the West : Conquering the Demons หรือไซอิ๋วภาคตีความใหม่ของโจวซิงฉือครับ

ซึ่งจริงๆเพราะหนังเอเชียไม่ค่อยได้รับความนิยมมาก  ทำให้ซื้อลิขสิทธิ์มาค่อนข้างช้า  จนมีหลุดเป็นสายมารมาให้ดูก่อนเสมอๆ  ซึ่งทั้ง 2 เรื่อง จขกท ก็ได้จากสายมารนี่แหละ  ยิ่งซามูไรพเนจรนี่ดูมาก่อนเกือบครึ่งปีละ

ออกตัวก่อนว่า จขกท รีวิวครั้งแรก  ซึ่งมี คหสต เยอะมาก  ถ้าไม่ถูกใจใครขออภัยเด้อ

1. Rurouni Kenshin หรือซามูไรพเนจร

จากการ์ตูนชื่อดัง(มากๆ)ลงบนแผ่นฟิล์ม  จขกท เชื่อว่าเด็กผู้ชายอายุ 17-18 ปีขึ้นไปน่าจะรู้จักเกือบทุกคน  เพราะยุคนั้นดังมาก  ดังสุดๆ

เรื่องย่อคร่าวๆคือ มือพิฆาตบัตโตไซ  มือสังหารผู้เก่งกาจและโด่งดังได้ช่วยทำการปฏิวัติจนสำเร็จ  สังคมญี่ปุ่นเข้าสุ่ยุคใหม่ที่ไม่ต้องการซามูไรอีกแล้ว  แต่แล้วมือพิฆาตบัตโตไซเองเลือกที่จะออกพเนจร  ด้วยความคิดที่จะไถ่บาปให้กับคนที่ฆ่า  จะปกป้องผู้คน  และจะไม่คร่าชีวิตใครอีก

สำหรับคนที่เคยอ่านการ์ตูนมาแล้ว  ผมคิดว่าเป็นภาพยนต์ที่ทำมาจากการ์ตูนอีกเรื่องนึง  ที่เก็บรายละเอียดมาได้ค่อนข้าง”ดี”ครับ  แต่แน่นอนว่ามันรวมๆเหตุการณ์หลายๆเหตุการณ์เข้าด้วยกัน  ตั้งแต่ฉากเปิดที่มีบัตโตไซตัวปลอม  เรื่องซาโนสุเกะ  เรื่องจินเอ  ลากยาวไปถึงทาเคดะ  คันริว(ที่ขายฝิ่น)อีกด้วย  ทั้งหมดนี้รวมๆไว้ในหนัง 2 ชั่วโมง  ซึ่งแน่นอนว่าต้องมีการเปลี่ยนแปลงเนื้อเรื่องเล็กน้อย(ย้ำว่าเล็กน้อยๆจริงๆ)  แต่รายละเอียดส่วนมากเก็บมาได้ครบครับ  

สำหรับคนที่ไม่เคยอ่านการ์ตูนมาก่อน  เนื้อเรื่องจะมีแอคชั่นปนดราม่านิดหน่อย  ดูเอาสนุกๆได้ครับไม่ดราม่าหนัก
ตัวหนังทำออกมาดีทีเดียว  ทั้งการเล่าเรื่อง(หนังยาว 2 ชมแต่ไม่น่าเบื่อเลย)  การกำกับ  ความไหลลื่นของเนื้อเรื่อง  ฉากต่อสู้   มุมกล้อง ถ้าสรุปสั้นๆคือ “สนุก” เลยล่ะครับ
ตัวนักแสดงผมว่าคัดมาค่อนข้างดี   หน้าตาถอดแบบมาจากการ์ตูนอยู่  ยกเว้นไซโตะที่ผมว่าหน้าแกในหนังมันบวมไปนิด  แต่อย่างไรก็ดีแม้จะเก็บรายละเอียดมาจากการ์ตูนได้ดี  แต่ผมว่าตัวละคร costume มันดูประเจิดประเจ้อแปลกๆ  เอาเถอะก็การ์ตูนมันออกแบบมาแบบนี้นี่หว่า(มีเรอะพระเอกหัวแดง  ไม่ใช่ซากุรางินะเฟร่ย)

อ้อ  หนังเรื่องนี้ฉากต่อสู้ไม่ค่อยใช้ CG หรือ special effect เลยนะครับ  วิ่งจริงสไลด์จริง  มีสลิงนิดหน่อย  แต่ไม่เหาะเหินเดินอากาศแบบหนังจีนแน่นอน
ซึ่งสำหรับผมถือว่าขัดตานิดหน่อย  แบบว่าบางฉากควรจะอลังการณ์กว่านี้ง่ะ

ถ้าจะให้คิดข้อเสีย  ผมว่าน่าจะเป็นเรื่อง”ท่าไม้ตาย” หรือวิชาของดาบครับ  คือเวลาเราดูไปเรารู้ว่าตัวเองใช้เพลงดาบล่องนภานะ  แต่กลับไม่รู้ว่าใช้ท่าอะไร  เหมือนฟันธรรมดาเอง  ซึ่งจริงๆในการ์ตูนนี่ถ้าใครอ่านจำท่าได้เลยนะ  เน้นกันมาก  ในหนังนี่พูดสั้นๆ  เชื่อว่าจำกันไม่ค่อยได้หรอก  คิด(เอง)ว่าถ้าเน้นน่าจะ action มันกว่านี้

โดยรวมผมให้
ความสนุก 8/10
เป็นหนังเอเชียที่สนุกเข้าใกล้ยิปมัน 1 และ 2 มากๆ(แต่ไม่ดราม่าและไม่ dark เท่า)  น่าจะเป็นหนังจากการ์ตูนที่ทำดีที่สุดเรื่องนึงเลย(imdb ให้ 7.5)  น่าดูเลยครับเรื่องนี้

ความน่าไปดูในโรง 6/10  
เป็นหนังที่”น่าจะ”ไปดูในโรง  แต่ไม่ถึงกับ”ต้อง”ไปดูในโรง  เพราะหนังยาว 2 ชม และสนุกแบบนี้  พอไหวอยู่ครับ

2. Journey to the West : Conquering the Demons เพราะเป็นหนังของโจวซิงฉือเลยชื่อไทยว่า ไซอิ๋ว 2013 คนเล็กอิทธิฤทธิ์หญ่าย  โว๊ะ !!!  คิดกันได้เนอะ

หนังเรื่องนี้โจวซึงฉือกำกับแต่ไม่ได้เล่นเองนะครับ  แป่วๆๆๆๆๆๆ

โดยหนังเรื่องนี้เป็นการตีความใหม่  ให้มันตลกและสดมากขึ้น(รึป่าว)

เรื่องย่อคงไม่ต้อง  เพราะไซอิ๋วน่าจะพอรู้เรื่องดีกันทุกคน  
แต่ภาคนี้เริ่มเล่าจากพระถังซัมจั๋งออกรวบรวมลูกศิษย์ทั้ง 3 คน(ให้ไล่ชื่อก็เดาถูกอ่ะ  พิมพ์ตามหน้าที่ไปงั้นแหละ)  คือ ซัวเจ๋ง  ตือโป๊ยก่ายและซึงหงอคง(แต่จริงๆมันต้องมีมังกรขาวที่แปลงร่างเป็นม้าอีกตัวนะเนี่ย)

การตีความยอมรับว่าแปลกใจอย่างมาก  
ดูไป 20-30 นาทียังคิดอยู่ว่า  “เฮ้ย !!!  มันไซอิ๋วแน่หรอวะ  หลอกตูปะเนี่ยยยยยยยยยยย ???”  ใกล้เคียงกับไซอิ๋วแค่มีปิศาจ
แหงละ  ดันให้พระถังซัมจั๋งเป็นนักปราบปิศาจ  ที่อาศัยการปราบด้วยเมตตาจิต  ทำให้เป็นนักปราบปิศาจที่กระจอกงอกง่อย  สู้ปิศาจไม่ได้สักที  ซึ่งต้องเผชิญหน้ากับเหล่าปิศาจที่ร้ายกาจตามชื่อลูกศิษย์ทั้ง 3 นั่นแหละ

การดำเนินเรื่องผมว่าทำได้พอใช้ได้  มียิงมุกตลกกันตลอดเวลาตามไสตล์โจวซิงฉือนี่แหละ(แต่มันก็ขำได้จริงๆนะ)  การตีความที่แปลกใหม่ทำให้ดูน่าติดตามเพราะคาดเดาได้ยากขึ้นนิดนึง(ต่างกับเคนชินที่เดาออกเกือบทั้งเรื่อง)  แถมปิศาจแต่ละตัวนี่ฆ่าแบบจริงๆ  ไม่มีต้องหวังว่ากำลังง้างแล้วสโลโมชั่นมีคนมาช่วยเชียวนะ  ตายกันจริงๆนี่แหละ
แต่ผมว่า CG ทำไม่ค่อยเนียน  และฉากต่อสู้ดูไม่ค่อยมีอะไรเท่าไหร่(อยากให้บู๊กันมันกว่านี้)

แต่หนังเรื่องนี้ก็ไม่ได้มาแบบแก๊ง 3 ช่ายิงมุกกระจายกันอย่างเดียว  ยังมีแฝงความเศร้า  ความซึ้ง  แฝงปรัชญาเอาไว้อีกด้วย  แต่บางอารมณ์อย่างอารมณ์ซึ้งผมว่ายังปูเรื่องมาไม่ค่อยดีเท่าไหร่  เลยยังไม่ค่อยซึ้งมั๊ง

สรุปว่าสนุกพอใช้ได้  มีครบทุกรสชาติ  การตีความใหม่ก็แปลกดี  นักแสดงพอใช้ได้(แต่เคนชินแสดงดีกว่าค่อนข้างชัดเจน)

ผมให้คะแนน
ความสนุก 6.5/10
ดูเอาเพลิดเพลินได้  แต่ยังห่างชั้นกับ kungfu-hustle หรือคนเล็กหมัดเทวดาอย่างมาก  แต่เฮฮาตลกจริง(แต่ไม่ทั้งเรื่องแบบกังฟูนะ)  บางทีพากษ์ไทยอาจจะตลกกว่าที่ผมดูซับนะ(เชื่อใจพันธมิตร)  imdb ให้ 7 ครับ

ความน่าไปดูในโรง 4/10
ว่างจริงๆหรือไม่มีอะไรทำค่อยไปดูแล้วกัน

หนังเรื่องนี้เข้าพร้อมกันคือ 16 พฤษภา  คาดว่าน่าจะเข้าไม่กี่ที่และไม่กี่โรง  ชอบเรื่องไหนก็ไปอุดหนุดกันตามสะดวกนะครับ มีทั้งสาย major และสายมาร

ดูหนังไทย เอเชีย

หนังแนะนำ