ไบค์แมน ศักรินทร์ตูดหมึก คำโกหกมีวันหมดอายุ

ระดับความน่าสนใจ : B+
“คำโกหกก็เหมือนพลาสเตอร์ ทำได้แค่ปิดแผล ไม่ได้รักษา”

ก่อนอื่นก็คงต้องบอกว่า เมื่อตอนที่เห็นตัวอย่าง “ไบค์แมน ศักรินทร์ตูดหมึก” ส่วนตัวรู้สึกเฉยๆมาก แต่เมื่อเข้าไปชมตัวหนังเต็มๆ ด้วยความไม่ได้คาดหวังอะไรเลย สิ่งที่พบหลังชมจบก็คือนี่เป็นหนังไทยที่เซอร์ไพรส์มากในแง่ของความตลก ชนิดที่ว่าบางฉากทำเอาหัวเราะจนน้ำตาไหล ซึ่งไม่ใช่แค่ว่าตลกเพราะมีน้าค่อม แต่จังหวะการปล่อยมุก รับส่งมุก จองตัวละครต่างๆและสถาณการร์มันลงตัวจริงๆ

หนังเป็นเรื่องราวที่ไม่ได้ซับซ้อนอะไรของหนุ่มวัยรุ่นนามว่า ศักรินทร์ (พีช พชร) ที่แต่งตัวเนี๊ยบออกจากบ้านที่จังหวัดอยุธยาทุกเช้า เพื่อเข้าไปทำงานที่กรุงเทพฯ ด้วยเครื่องแบบพนักงานแบงค์ สร้างความภูมิใจให้กับแม่ (เจนนิเฟอร์ คิ้ม) ทุกวัน แต่ความจริงก็คือศักรินทร์ไม้ได้ทำงานแบงค์ แต่ทำอาชีพเป็นคนขับวินมอเตอร์ไซค์

ความลับของศักรินทร์ เริ่มเก็บยากขึ้น เมื่อเขาได้พบกับ จ๋าย (ฝน ศนันธฉัตร) สาวแบงค์แสนสวย อดีตเพื่อนวัยเด็กที่เขาเคยแอบชอบ แต่ปัจจุบันนี้จ๋ายมีแฟนเป็นผู้จัดการแบงค์ที่ดันไม่ชอบหน้าเขาเลย ไหนจะลุงปรีชา (ค่อม ชวนชื่น) เพื่อนของพ่อที่รู้สึกว่าเขามีความลับอะไรซ่อนอยู่ เวลานี้ศักรินทร์จึงต้องเลือกว่าจะพยายามโกหกต่อไป หรือ สารภาพความจริงทั้งหมดออกมา

สิ่งที่สัมผัสได้คือการที่ทีมงานพยายามอุดช่องว่างในบทให้ออกมาสมเหตุสมผลที่สุดเพื่อให้ผู้ชมคล้อยตาม “คำโกหก” ของตัวละครเอก ทั้งการที่ศักรินทร์เอาเพื่อนที่วินมอเตอร์ไซค์ปลอมตัวมาเป็นพนักงานแบงค์มาทานข้าวกับแม่ที่บ้าน ซึ่งแน่นอนว่าคนที่เคยมีสามีเป็นนายแบงค์ จะไม่รู้สึกแปลกๆเลยก็คงจะไม่ได้ หรือ การที่ทำไมศักรินทร์ต้องมาขับวินมอเตอร์ไซค์ ทำไมหลังเรียนจบไม่ได้ไปสมัครงานหรือทำอาชีพส่วนตัวอื่นๆ ซึ่งหนังก็ใส่คำตอบทั้งหมดลงไปผ่านบทสนทนาของตัวละครนี้ค่อนข้างลงตัว จนมีน้ำหนักให้เราสามารถเชื่อในการกระทำของตัวละครนี้ได้

หนังค่อยๆเผยให้เราเห็นว่าคำโกหกของศักรินทร์เริ่มบานปลายและใกล้จะถึงจุดที่เขาคุมไม่อยู่แล้ว ซึ่งนั่นทำให้ผู้ชมเกิดความอยากรู้ว่าเขาจะหาทางออกให้กับชีวิต ณ จุดนี้ยังไง? แม้จะโกหกครอบครัว แต่มองตรงๆ ศักรินทร์ ก็เป็นตัวแทนของคนสู้ชีวิตคนหนึ่ง ที่เกือบจะหมดไฟยอมแพ้ให้กับชีวิต จนกระทั่งมีคนผ่านเข้ามาฉุดเขาให้ลุกขึ้นมากล้าทำตามฝันอีกครั้ง (ในที่นี้ก็คือ จ๋าย เพื่อนสมัยเรียน)

แต่สิ่งที่ชวนตะลึงที่สุดของเรื่องก็คือการที่หนังมาพร้อมฉาก Tie-in ที่โคตรโหดแห่งปี จนต้องยอมปรบมือให้เลย!! (ฉาก Smooth E ยังถือว่าไม่เท่าไหร่ แต่ของอีกรายนี่คือเป็นจุดเปลี่ยนของเรื่องไปเลย)

โดยสรุป “ไบค์แมน ศักรินทร์ตูดหมึก” เป็นหนังคอมเมดี้เน้นขายความบันเทิงที่แทรกแง่มุมความสัมพันธ์ครอบครัวได้พอดีๆ พร้อมมุกตลกที่ไปไกลกว่าตัวอย่างหนังมาก (น่าเสียดายที่ตัวอย่างตัดออกมาได้ธรรมดาเกินไป) เรื่องบางเรื่องในสายตาคนอื่น อาจจะเป็นเรื่องที่เขามีวันเข้าใจเราได้ ไม่เข้าใจว่าเราจะพยายามไปเพื่ออะไร เพื่อใคร แต่นั่นก็เปลี่ยนเป้าหมายที่เราอยากให้ครอบครัวภูมิใจและมีความสุขไม่ได้ เพียงแค่เราควรพยายามบนความซื่อสัตย์เท่านั้นเอง

และบางทีประโยค “ช่างยุคมันดิ” ของศักรินทร์ที่พูดกับจ๋าย อาจจะมีนัยยะแฝงไปถึงแวดวงหนังในบ้านเราที่ไม่ว่าหนังไทย หนังเทศ เรื่องอื่นๆในตอนนี้จะเป็นไปในทิศทางใดก็ตาม แต่ “หนังเรื่องนี้” ก็ยังขอเดินอยู่บนเส้นทางหนังตลกสัญชาติไทยที่ไม่ได้แปลกใหม่อะไร แต่มอบความบันเทิงได้ดี

รีวิวหนังไทย ไบค์แมน ศักรินทร์ตูดหมึก คำโกหกมีวันหมดอายุ

หนังแนะนำ