Just Only Love ความรักที่ไม่จำเป็นต้อง Move on

Just Only Love เคยไหมตกอยู่ในความสัมพันธ์ที่ไม่มีชื่อเรียก แต่เราก็ใช้ชีวิตร่วมกันเหมือนคู่รัก เคยไหมลงรักใครสักคนอย่างหัวปักหัวปำ อย่างหาเหตุผลไม่ได้

เคยไหมตกอยู่ในความสัมพันธ์ที่ไม่มีชื่อเรียก แต่เราก็ใช้ชีวิตร่วมกันเหมือนคู่รัก เคยไหมลงรักใครสักคนอย่างหัวปักหัวปำ อย่างหาเหตุผลไม่ได้ หรือเคยไหมรู้ว่าเขาไม่ได้มีใจ ก็ยังยืนยันที่จะรักเขาต่อไป

เรื่องราวพวกนี้อาจเป็นเรื่องที่เราเคยได้ยินบ่อยๆ และบางคนก็เคยเจอมาในชีวิต เรื่องพวกนี้ถูกเล่าในภาพยนตร์ญี่ปุ่นเรื่อง Just Only Love หนังรักหน่วงๆ ที่อาจทำให้เราไม่เข้าใจหนักเข้าไปอีกว่า “รักคืออะไร”!?

เรื่องย่อ

Just Only Love ความรักที่ไม่จำเป็นต้อง Move on

Just Only Love หรือ 愛がなんだ (ไอ กะ นันดะ) เป็นเรื่องราวของ “เทรุโกะ ยามะดะ” (รับบทโดย Yukino Kishii) หญิงสาววัย 28 ปีคนหนึ่ง ทำงานเป็นพนักงานออฟฟิศในบริษัทแห่งหนึ่ง

เมื่อ 5 เดือนที่แล้ว เธอได้พบรับกับ “มาโมรุ ทานากะ” (รับบทโดย Ryo Narita) ชายหนุ่มธรรมดา ทำงานเป็นบรรณาธิการสำนักพิมพ์แห่งหนึ่ง ทั้งคู่เจอกันในงานแต่งงานของเพื่อน สิ่งเดียวที่ยามะดะรู้สึกสะดุดตาก็คือ มือที่ดูสวยเรียวยาวของเขา ถ้าให้ถามต่อว่าแล้วมีอะไรที่เธอชอบอีก ก็แทบจะไม่มีเลย แต่ก็มารู้ตัวอีกทีว่า หลงรักเขาอย่างเต็มหัวใจ

ทั้งคู่เริ่มสนิทสนมกันมากขึ้น ทำทุกอย่างเหมือนที่คนรักทำต่อกัน แต่ถึงอย่างนั้นมาโมรุก็ไม่เคยเปิดเผยความในใจ ไม่เคยบอกว่าอยู่ในสถานะอะไร หรืออาจจะเรียกได้ว่า เขาไม่ได้รู้สึกว่ายามาดะคือคนรักด้วยซ้ำ จนกระทั่งวันหนึ่งมาโมรุไปตกหลุมรัก “สุมิเระ” (โนริโกะ เอกุชิ) ผู้หญิงที่ยามาดะรู้สึกว่าก็ไม่ได้สวยอะไร ติดเหล้า ติดบุหรี่ ผอมแห้ง แต่ถึงอย่างนั้นมาโมรุก็รักผู้หญิงอย่างสุดหัวใจ กลายเป็นเรื่องราวความรักที่ไม่สมหวัง แต่ถึงอย่างนั้นความรักก็ได้เกิดขึ้นแล้ว และกำลังดำเนินต่อไปโดยไม่รู้จะไปจบที่ตรงไหน

สถานะที่ไม่มีชื่อเรียก

Just Only Love ความรักที่ไม่จำเป็นต้อง Move on

ภาพยนตร์เรื่องนี้ออกจะดูแบบแนวหน่วงๆ หน่อยค่ะ เปิดฉากมาคนดูอย่างเราก็รู้ได้ทันทีเลยว่า ยามาดะซังกำลังก้าวขาไปสู่ความรักอันแสนเจ็บปวดเข้าให้แล้ว ฉากแรกได้ฉายถึงตอนที่ยามาดะรีบออกไปหามาโมรุที่กำลังเป็นไข้ เธอไม่ลังเลที่จะรีบไปซื้อของในร้านสะดวกซื้อ รีบมาทำอาหารแสนอร่อย เฝ้าดูแลให้มาโมรุ แถมยังงทำความสะอาดห้องให้ด้วย

แต่สิ่งที่ยามาดะได้รับคือ การไล่ให้กลับบ้านไปเมื่อมาโมรุรู้สึกดีขึ้นแล้ว เรื่องราวเลยเล่าย้อนถึงอดีตเมื่อตอนที่ยามาดะเจอมาโมรุครั้งแรก จนเริ่มพูดคุยกันมากขึ้น สนิทกันมากขึ้น ความสัมพันธ์ลึกซึ้งขึ้น ทำทุกอย่างเหมือนแฟนเลย แต่กลับมาคิดอีกทีก็ตอบไม่ได้ว่า “เรากำลังอยู่ในฐานะอะไร” แต่ยามาดะก็มีความสุขที่ได้อยู่เคียงข้างคนที่เธอรัก แม้ไม่รู้ว่าจุดที่เธอยืนอยู่มันคืออะไร และไม่รู้ด้วยว่าเธอสำคัญแค่ไหนสำหรับมาโมรุ

ไม่มีอะไรให้น่าชอบ แต่ฉันก็ชอบแบบนี้

เรื่องราวดำเนินต่อไปจนถึงขั้นที่ยามาดะเองก็สัมผัสได้ว่า อีกฝ่ายคงไม่ได้มีใจให้ และยิ่งชัดเจนมากขึ้น เมื่อวันหนึ่งมาโมรุเรียกเธอไปเจอกับ “สุมิเระ” หญิงสาวที่มาโมรุมีใจให้ นั่นอาจเป็นความเจ็บปวดที่มากที่สุดในชีวิตยามะดะ ไม่มีคำบอกลา แต่ภาพที่อยู่ตรงหน้ามันกลับเจ็บปวดยิ่งกว่าคำเป็นล้านคำ และมันยิ่งหน่วงเข้าไปอีกที่มาโมรุเองก็ไม่ยอมหยุดความสัมพันธ์วงจรประหลาดแบบนี้ ก็ยังไปมาหาสู่ ทำเป็นมีใจให้ยามาดะ

ส่วนยามาดะเองก็รู้อยู่แก่ใจ ก็เหมือนจะเดินออกจากความรักนี้ไม่ได้ พอมาลองนั่งนึกดูว่าชอบมาโมรุที่ตรงไหนก็หาคำตอบแถมไม่ได้เลย เจอแต่ข้อเสียมากมาย ไม่ว่าจะเป็นหน้าตาที่ไม่ได้หล่อมาก รูปร่างก็ผอมแหง ฐานะก็ไม่มั่นคง แถมเรียกนิสัยไม่ต้องพูดถึงเลย น่าจะขั้นติดลบ แต่ถึงอย่างนั้นยามาดะก็รักเขาอย่างสุดหัวใจ

“ไม่มีอะไรให้น่าชอบ แต่ฉันก็ชอบที่เขาเป็นแบบนี้”

น่าจะเหมือนกับฝั่งมาโมรุเหมือนกัน ที่ไม่ได้รู้สึกรักผู้หญิงที่ดีพร้อมอย่างยามาดะ แต่กลับรักผู้หญิงขั้วตรงข้ามอย่าง “สุมิเระ” อย่างสุดหัวใจ…

ไม่จำเป็นต้อง Move on

ความรักหน่วงๆ แบบนี้ก็ดำเนินมาเรื่อยๆ จนวันหนึ่งมาโมรุก็ตัดสินใจที่จะชัดเจนกับความสัมพันธ์ ด้วยการนั่งจับเข่าคุยกันกับยามาดะอย่างตรงไปตรงมา และทำในสิ่งที่เขาควรจะทำมาตั้งนานแล้วก็คือ “เลิกเจอกัน” เถอะ ถ้าเราไม่ได้รักกันแบบคนรักเลย

แต่สิ่งที่ยามาดะทำกลับไม่ใช่แบบนั้น เธอกลับบอกไปว่า “เธอไม่เคยรักมาโมรุเลย” และเธอก็พยายามทำให้มาโมรุเชื่อจริงๆ ว่า เธอไม่ได้คิดอะไรมากกว่าเพื่อนจริงๆ เลยนะ การกระทำที่ตรงข้ามกับหัวใจ ที่บ่งบอกความรู้สึกแท้จริงให้คนดูเข้าใจอย่างจังว่า ยามาดะรักมาโมรุอย่างแท้จริง นั่นคือการโกหก เพื่อรักษาความสัมพันธ์เอาไว้ หลอกตัวเองเพื่อให้ยังอยู่เคียงข้างเขาตลอดไป

เป็นคนอื่นก็อาจจะแนะนำให้เธอ Move on ออกจากความสัมพันธ์นี้เถอะ มาโมรุเองก็เปิดทางให้ แต่ยามาดะก็เลือกที่จะไม่ทำตามกระแสนิยม หรือ Move on ไปไหน อาจเป็นเพราะว่า ไม่ว่าโลกจะเหวี่ยงอะไรมาก็ทดแทนความรักที่มีอยู่ในตอนนี้ไม่ได้ มันอาจจะดีกว่า ถ้าได้เห็นเขามีความสุขพร้อมๆ กับเรายังไม่หายไปจากชีวิตเขา และเขายังไม่หลุดจากวงโคจรชีวิตเรา บางครั้งการ Move on ก็อาจเจ็บปวดกว่า “การไม่ถูกรัก”

แม้ตัวละครอย่างยามาดะซังจะชวนให้น่าหงุดหงิดปนสงสาร แต่ทุกอย่างที่ถ่ายทอดในภาพยนตร์เรื่องนี้ ก็ได้สะท้อนเรื่องรางบางอย่างเกี่ยวกับความรักว่า บางทีมันก็ไม่ใช่ความรักระหว่างฉันและเธอ หรือรักแล้วต้องรักตอบ ความรักมันอาจมีหลายแง่มุม

อย่างเช่น การกระทำของยามาดะซังที่ดูแล้วอาจจะตั้งคำถากับเธอตลอดทั้งเรื่องเลยว่า ทำแบบนี้ทำไม แต่พอดูจบแล้ว มันอาจไม่มีเหตุผลอะไร มากไปกว่าคำว่า “ความรัก”…

Just Only Love ความรักที่ไม่จำเป็นต้อง Move on

รีวิวหนังญี่ปุ่น