[รีวิว] Friend Zone ระวังสิ้นสุดทางเพื่อน

Friend Zone ระวัง..สิ้นสุดทางเพื่อน ภาพยนตร์ไทยแนวโรแมนติก-คอมเมดี้ ร่วมเขียนบทและกำกับโดย ชยนพ บุญประกอบ ว่าด้วยเรื่องราวของคนสองคนที่เป็นเพื่อนสนิทกัน แต่ฝ่ายชายนั้นกลับอยากเป็นมากกว่าเพื่อน ผลิตโดยจอกว้างฟิล์ม และจัดจำหน่ายโดยจีดีเอช ห้าห้าเก้า นำแสดงโดย ณภัทร เสียงสมบุญ และ พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์

Friend Zone ระวัง..สิ้นสุดทางเพื่อน/Café Funiculi Funicula

หน้าหนังยังคงมาในสไตล์โรแมนติก-คอมมีดี้ แนวถนัดของ GDH แต่เมื่อได้ชมกับรู้สึกว่าชีวิตรักของตัวละครหลักทั้งปาล์ม และ กิ๊ง กลับไม่ได้ดำเนินมาบนเส้นทางที่พบกับความสุขหอมหวานเลยนะ ตรงกันข้ามกลับเต็มไปด้วยน้ำตา บทกิ๊งของใบเฟิร์น ร้องไห้แทบทั้งเรื่อง เริ่มตั้งแต่จับได้ว่าพ่อแอบมีเมียน้อย รู้สึกเก้อ ๆ เขิน ๆ เมื่อปาล์มเผยความรู้สึกกับกิ๊งว่าเป็นแค่เพื่อนตั้งแต่ในวัยมัธยม คบกับแฟนรุ่นพี่มา 10 ปีก็ไปมีกิ๊ก จนกระทั่งมาคบกับพี่เท็ด บทของเจสัน ยัง ก็เป็นความรักที่ดำเนิน ไปบนความหวาดระแวง วิตกกังวลตลอดเวลาว่าพี่เท็ดจะนอกใจ ต้องตามสืบอยู่ตลอดเวลา ส่วนปาล์มก็กลายเป็นสจ๊วตเจ้าเสน่ห์ มีสาว ๆ ไม่ขาดสาย แต่ก็ไม่ได้มีความสุขสมหวังสักคน เพราะแม้แต่ปากจะบอกกับกิ๊งว่าเป็นเพื่อนแต่ก็แอบรักแอบหวัง อยู่เสมอ แค่กิ๊งโทรหาปาล์มก็รีบแจ้นไปหาทุกที่ทุกเวลา แม้จะอยู่ต่างประเทศ

เหมือนว่าโจทย์ถูกบังคับให้หนังจะต้องออกมาเป็นโรแมนติก-คอมมีดี้ แม้ว่าเนื้อหาบนชะตากรรมตัวละครจะเศร้าปานใด หนังก็เลยยัดเยียดมุกลงไปให้เกิดเสียงหัวเราะได้ทุก ๆ 5 นาที หลายมุกทีเล่นกับสถานการณ์กระอักกระอ่วน เก้อเขิน ก็ได้ผลดี มุกที่มากับบทสนทนาแซวจิกกัดก็ได้เสียงหัวเราะไปเสียทุกครั้ง แต่บางมุกก็ฝืนเกินไป เหมือนมุกในละครหัวค่ำ อย่างตอนปาล์มเอาช็อคโกแลตลาวามาทารอบปากแทนหนวดเคราเพื่อล้อเลียนพี่เท็ด มุกที่ปาล์มแต่งเนื้อร้องแซวกิ๊งใส่ทำนองเพลง “คิดมาก” ก็ไม่ได้รู้สึกขำตาม หรือมุกลิงซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ ก็ดูแล้วเหมาะกับหนังตลกสไตล์โก๊ะตี๋-น้าค่อมมากกว่านะ ถ้าไม่ต้องตั้งหน้าตั้งตาพยายามให้ตลก ลดระดับมุกต่าง ๆ ให้พอมีบ้าง แล้วไปขยี้เรื่องราวดราม่าของปาล์ม – กิ๊ง น่าจะพาไปถึงระดับน้ำตาแตกได้พอ ๆ กับ FANDAY เพราะตลอดเรื่องคนดูก็ได้รู้จักตัวตนของปาล์ม-กิ๊งมาพอดู ต่างก็ลุ้นให้คู่นี้ได้เปิดปากบอกความในใจกันเสียที ลุ้นให้ลงเอยกันเสียที

ซึ่งหนังก็เล่นกับเรื่องราวตรงนี้พอสมควร โดยเฉพาะฉากเปิดใจในห้องพักรีสอร์ท ทั้งใบเฟิร์นและนายต่างก็ทำหน้าที่ได้ดี กับฉากกดดันตึงเครียดทั้งบนจอทั้งในโรงที่ร่วมลุ้นว่าคู่นี้จะลงเอยกันอีท่าไหน สำหรับใบเฟิร์นนี่เก่งมากอยู่แล้วกับฉากอารมณ์แบบนี้ น้ำตาเหมือนสั่งได้เสมอ เป็นดาราสาวที่ร้องไห้แล้วดูน่าสงสารตลอด สำหรับนาย ณภัทร ที่เพิ่งรับงานแสดงเต็มตัวเรื่องแรกแล้วต้องมาเจอฉากอารมณ์แบบนี้ก็ถือว่าสอบผ่านนะครับ แม้ว่าหลาย ๆ ฉากจะโดนใบเฟิร์นดึงความสนใจไปหมด

หนังมีฉากที่เล่นกับอารมณ์ได้เยอะมาก ฉากนัดพบที่เจดีย์ชเวดากอง ฉากที่กิ๊งมาดักเจอปาล์มบนลู่จักรยาน แต่ทั้งหมดก็มาได้ในระดับอึน ๆ ตึง ๆ ยังไม่ถึงขั้นสะกิดต่อมน้ำตาได้ ถ้าผู้สร้างไม่ต้องห่วงว่าหนังจะต้องเป็นคอมมีดี้ แล้วจัดหนักกับฉากดราม่า เชื่อว่าองค์ประกอบของหนังที่ปูมาตั้งแต่ต้น กับความรักที่ไม่เจอกันสักทีของทั้งคู่ แล้วยิ่งเป็นเรื่องราวของเพื่อนรักเพื่อนที่เป็นประสบการณ์ใกล้ตัวหลาย ๆ คน ยิ่งเกินพอที่จะพาให้ฉากดราม่านี่ถึงขั้นน้ำตาแตกได้ง่าย ๆ แล้วหนังก็จะมีฉากจดจำได้มากกว่าที่เป็นอยู่นี้

การเล่าเรื่องก็ถือว่าเล่าอย่างมีลูกเล่นชั้นเชิง ไมได้เดินเรื่องแบบเส้นตรงแต่ถูกเล่าผ่านตัวปาล์มถึงชีวิตรักของเขาและกิ๊งตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน มีการเล่าสลับไทม์ไลน์ไปมา แต่ก็ไม่ได้ชวนงง แถมมีลูกเล่นหักมุมตอนท้ายเล็ก ๆ กับบทสรุปความรักของทั้งคู่ สีสันอีกอย่างของหนังคือการใช้ประโยชน์จากอาชีพสจ๊วตของปาล์ม และการเดินสายบันทึกดนตรีนานาชาติของเท็ด เลยทำให้หนังออกแนวเยี่ยมเยียนประเทศเพื่อนบ้าน ก็เลยได้เห็นตัวละครบินไปบินมาในประเทศแถบนี้กันครบถ้วน พม่า ลาว เขมร เวียดนาม มาเลเซีย ฮ่องกง ฟิลิปปินส์ ซึ่งทีมงานก็หามุมสวย ๆ ประเทศเพื่อนบ้านเหล่านี้มาให้เราได้ดูกัน รวมไปถึงมุมสวย ๆ ในกระบี่ที่ดูแล้วก็อยากไปเที่ยวเหมือนกัน หนังอาจจะเรื่อย ๆ เปื่อย ๆ ในชัวโมงแรก ที่เน้นหนักไปวีรกรรมสะกดรอยตามพี่เท็ด ที่ต้องมีปาล์มติดสอยห้อยไปด้วย แต่พอเข้าช่วงท้ายที่ปาล์มตัดสินใจก้าวข้ามกำแพงความเป็นเพื่อนไปแล้ว โทนหนังก็หนักขึ้นทันที ยิ่งทำให้คนดูต้องลุ้นหนักว่าบทหนังจะลงเอยแบบไหน จะใจร้ายหรือใจดีกับตัวละคร

Friend Zone ก็ยังอยู่ในมาตรฐานของหนัง GDH และยังคงอยู่ในกลุ่มเดียวกับผลงานก่อนหน้าของผู้กำกับหมู ชยนพ ที่เคยกำกับ เมย์ไหน…ไฟแรงเฟร่อ , Suck Seed ห่วยขั้นเทพ ซึ่งมีมุกให้ได้หัวเราะพอขำ ๆ คิก ๆ ได้ทั้งเรื่อง แต่ก็ไม่มีมุกถึงขั้นฮาแรง ๆ ชวนจดจำ เช่นเดียวกับพาร์ทดราม่าของหนังที่ก็ไมได้พาไปถึงขั้นเสียน้ำตา เป็นเวลาเกือบ 2 ชั่วโมงที่ได้ดูหนังที่มีภาพสวย ๆ เพลงเพราะ ได้สัมผัสเสน่ห์และความสามารถของใบเฟิร์น ที่ทำให้เราเดินยิ้มออกจากโรงได้ แม้จะไม่ได้เข้าคลาสเป็นหนังท็อป10 ของ GDH ก็ตาม

รีวิวหนังตลกไทย รักหนูมั้ย

หนังดรามาโรแมนติกฮา ๆ เคล้าน้ำตาและประเด็นหมิ่นเหม่อย่างการท้องในวัยรุ่นได้เข้าฉาย รักหนูมั้ย นำแสดงโดย พลอย (ยีนส์ ภัทร์ธีราภรณ์ สุโพธิ์) ออฟ (ด้งเด้ง ณัฐวุฒิ แสนยะบุตร) จอห์น (ต้องเต ธิติ ศรีนวล)  กิว (ตาต้า ชาติชาย ชินศรี) ดูซีรี่ย์ไทย

จากความสนุกบนเตียงชั่วข้ามคืน พลอย (ยีนส์ ภัทร์ธีราภรณ์ สุโพธิ์) สาวไซด์ไลน์เกิดตั้งท้องจากการรับงานครั้งแรกกับ 3 หนุ่มได้แก่ ออฟ (ด้งเด้ง ณัฐวุฒิ แสนยะบุตร) หนุ่มช่างไม้เด็กแนว จอห์น (ต้องเต ธิติ ศรีนวล) นักศึกษาวิทยาล้ยช่างศิลป์ขี้อาย และ กิว (ตาต้า ชาติชาย ชินศรี) หนุ่มไม่เอาถ่าน เพลย์บอยที่มาอาศัยบ้านจอห์นอยู่ และในระหว่างทางที่พวกเขากำลังหาคำตอบจากผล DNA ว่าใครเป็นพ่อเด็ก การมาถึงของเด็กน้อยและความรักของพวกเขาทั้ง 4 กำลังนิยามความหมายใหม่ของคำว่าครอบครัว

WHAT THE FACT รีวิว รักหนูมั้ย

หนึ่งในข้อมูลสำคัญที่ควรรู้ก่อนไปดู รักหนูมั้ย หนังไทยนอกจักรวาลไทบ้านเดอะซีรีส์ ที่ชื่อสุดแสนจะเรียบง่ายและจริงใจ คือนี่เป็นงานเปิดซิงกำกับหนังเรื่องแรกของ โน่ ภูวเนตร สีชมพู ที่เคยปรากฎตัวในบทฝรั่งลูกอีสานจากไทบ้านเดอะซีรีส์มาก่อน และจากพื้นเพความรู้ด้านสถาปัตยกรรมศาสตร์ งานออกแบบที่เห็นในหนัง รักหนูมั้ย เลยไม่ธรรมดายิ่งได้รู้ถึงที่มาที่ไปกับความทะเยอทะยานถึงขั้นทิ้งฟุตเตจไป 6 คิวเพราะแบบบ้านไม่ได้ตามต้องการแล้วล่ะก็เรายิ่งต้องพินิจพิเคราะห์สัญญะที่ส่งผ่านพื้นที่ในบ้านที่เปรียบดังตัวละครสำคัญให้ดีแล้วล่ะ

ยิ่งหนังใช้พื้นที่บ้านหลังเดียวในการบอกเล่าเรื่องราวเกิน 90% ทำให้การเปลี่ยนแปลงของตัวละครจะสัมพันธ์กับบ้านไปด้วย ทุกอย่างถูกออกแบบอย่างเป็นเหตุเป็นผลทั้งห้องนอนที่กิวใช้ในกามกิจของตนกับสาวมากหน้าหลายตา หรือพื้นที่ตรงกลางที่ทั้ง 4 คนใช้เวลาร่วมกันทั้งกินข้าวไปจนถึงเลี้ยงลูกน้อย เราจะเห็นพื้นที่ที่เคยเป็นที่เกิดเหตุ (เรื่องคืนนั้นในตอนต้นเรื่อง) กลายเป็นผลลัพธ์ที่เห็นการเปลี่ยนแปลงของตัวละครได้อย่างชัดเจน

WHAT THE FACT รีวิว รักหนูมั้ย

แต่สิ่งที่มหัศจรรย์จริง ๆ ของหนังคือบทภาพยนตร์ที่ท้าทายบรรทัดฐานของสังคมเพราะความสัมพันธ์ระหว่างวัยรุ่นที่ท้องไม่พร้อมยิ่งเกิดกับไซด์ไลน์หน้าตาดีที่ขายบริการให้ผู้ชาย 3 คนในบ้านหลังเดียวกันย่อมดูเป็นเรื่องราวที่ไม่ปกติระดับป้าข้างบ้านได้ยินคงเอามือทาบอกแน่ ๆ แต่ทีละน้อยตัวหนังก็ค่อย ๆ ใช้เวลาของมันอย่างคุ้มค่าด้วยการถักทอเรื่องราวความสัมพันธ์ของตัวละครและเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่มาพิสูจน์เส้นทางการเติบโตของตัวละครได้อย่างเป็นเหตุเป็นผล

และที่เหนือชั้นกว่านั้นคือการที่บทหนังตั้งคำถามถึงความรับผิดชอบที่สังคมมีต่อเยาวชนในปัจจุบันทางอ้อม เราจะเห็นฉากที่พ่อของพลอยมาที่บ้านและแสดงให้เห็นว่าผู้ใหญ่ในปัจจุบันไม่อาจพึ่งพาได้ขนาดไหน หรือกระทั่งป้าของจอห์นที่ไม่เคยกลับมาบ้านเลยก็เหมือนปล่อยให้หลานดูแลตัวเองแบบตามมีตามเกิด ดังนั้นความคิดที่เอ็กซ์ตรีมถึงขั้นเป็นพ่อร่วมกัน 3 คนเลยกลายเป็นตลกร้ายในตัวเองอยู่แล้ว

เพราะ จอห์น ออฟ และกิว ก็ถูกสถานการณ์บีบบังคับให้รับผิดชอบทั้งที่ตัวเองก็ยังไม่พร้อมและแทบเอาตัวไม่รอด ที่เลวร้ายกว่านั้นหนังยังกล่าวถึงสังคมรอบนอกที่พวกเขาเป็นห่วงนักหนาว่าพลอยจะโดนครหาว่าเป็นเมียหลายผัวหรือพลอยเองก็ต้องจำทนเงียบเสียงเมื่อเจอคำพูดของกิวที่ตอกย้ำสถานะอาชีพขายบริการของเธอ นั่นเลยทำให้บ้านหนึ่งหลังถูกแทนภาพไปไกลถึงผลพวงจากสังคมไทยที่ปากว่ามือขยิบได้อย่างเห็นภาพชัดเจน

WHAT THE FACT รีวิว รักหนูมั้ย

แต่ใช่ว่าตัวหนังเอาเรื่องหนัก ๆ มาเล่าแล้วจะไร้อารมณ์ขันนะครับ ตรงกันข้ามเลยหนังเอาอารมณ์ขันมาขับเคลื่อนเรื่องราวด้วยมุกที่ยิงกันแทบไม่เว้นซีน แต่จังหวะของมันก็สอดรับกับดรามาของเรื่องได้ลงตัวมากและการได้นักแสดงจากไทบ้าน เดอะซีรีส์มาถือเป็นอาวุธสำคัญในการยิงมุกที่เข้าเป้าและสร้างความผูกพันให้คนดูได้อย่างรวดเร็ว

งานนี้นักแสดงอย่าง ต้องเต ธิติ ศรีนวล จากที่เคยรับบทคนบ้าใน ไทบ้าน เดอะซีรีส์ ก็ต้องมารับบทหนุ่มช่างศิลป์เก็บความรู้สึกอย่างจอห์นได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้งมุกตลกแบบสแลปสติ๊กหรือตลกตบโต๊ะที่ชงตลอดเรื่องแล้วยังช่วยเสริมความโรแมนติกดรามาให้เรื่องราวได้อย่างดี ส่วน ด้งเด้ง ณัฐวุฒิ แสนยะบุตร ที่ดังจากบทจาลอดก็ต้องมาเป็นจอห์น ช่างไม้จอมปั่นที่มีแฟนเป็นสาวเหนือคนสวยก็มาในมาดเด็กแนวสุดปั่นทำให้หนังครื้นเครงได้เป็นอย่างดี

และที่ไม่ทำให้ผิดหวังเลยคือ ตาต้า ชาติชาย ชินศรี ที่เคยทำคนดูเสียน้ำตาจากบทเซียงใน ไทบ้าน เดอะซีรีส์ ก็ต้องมารับบท กิว หนุ่มไร้ความรับผิดชอบซึ่งบทก็เปิดโอกาสให้เราได้เห็นทั้งความห่ามและอารมณ์อบอุ่นที่ซ่อนอยู่ในการแสดงของเขาได้อย่างดี และที่ต้องปรบมือให้ไม่แพ้กันคือ ยีนส์ ภัทร์ธีราภรณ์ สุโพธิ์ นางเอกคนสวยที่คราวนี้เรียกได้ว่าเป็นหัวใจของเรื่องก็ว่าได้เธอสามารถทำให้บทไซด์ไลน์ที่ดูแรงด้วยเนื้อหาดูเป็นมนุษย์ที่มีชีวิตจิตใจและหนังก็ให้ฉากที่เธอได้โชว์ฝีมือการแสดงที่ยอดเยี่ยมมาก ๆ คือฉากที่จอห์นซื้อปลาทองมาให้ที่เธอเรียกน้ำตาคนดูได้อย่างไร้ข้อกังขาจริง ๆ

สรุปแล้ว รักหนูมั้ย น่าจะเป็นหนังที่เหมาะมากที่พ่อแม่จะได้จูงลูกหลานที่เป็นวัยรุ่นไปดูเพื่อทำความเข้าใจทั้งมิติทางสังคมปัจจุบันที่เซ็กส์กับวัยรุ่นเป็นของคู่กัน รวมไปถึงการที่หนังพยายามถ่ายทอดเรื่องราวท้องไม่พร้อมแบบไม่มีการตัดสินผิดถูก แต่ให้เห็นผลจากการกระทำก็น่าจะทำให้น้อง ๆ หนู ๆ วัยรุ่นทั้งหลายได้พิเคราะห์ให้ดีก่อนจะไปหลับนอนกับใครได้อย่างไม่ยัดเยียด ที่สำคัญหนังตลก อบอุ่น และดูสนุกมากครับ

รีวิวหนัง อีเรียมซิ่ง หนังตลก คอมเมดี้ไทย

ความจริงชื่อของอีเรียมซิ่งผลุบ ๆ โผล่ ๆ อยู่ในโปรแกรมมาตั้งแต่ต้นปี 2020 แล้วและนี่น่าจะเป็นหนังไทยตกค้างมาจากช่วงการระบาดของโควิด19เมื่อตอนต้นปีที่อยู่ในการรับรู้ของคนไทยมากที่สุดแล้ว และหลังจากที่เลื่อนไปมาจนลงตัวในที่สุดเราก็จะได้เห็นเบลล่า ราณี แคมเปน ในมาดอีเรียมวีรสตรีแห่งบางน้ำกร่อยกันแล้ว

เมื่อโจรปากแดงสุดโฉดออกล่าพรหมจรรย์สาว ๆ เพื่อความเป็นอมตะ และจุดหมายของมันคือ อีเรียม (ราณี แคมเปน) สาวแสบแห่งบางน้ำกร่อยที่ต้องรวบรวมความกล้าและของดีของหลวงพ่อไปช่วยแม่และแรม (ณปภา ตันตระกูล) พี่สาวกุลสตรีแสนเรียบร้อยของนาง แต่งานนี้อีเรียมไม่ได้สู้เพียงลำพังเพราะยังมีพรรคพวกสุดแสบทั้งฟักทอง (เดียร์ริส สุภัทรภณ กสิกรรม) เพื่อนกะเทยร่วมเรือน, ศรฆ้อนมหากาฬ (น้าค่อม ชวนชื่น), โตโล่บิน (โรเบิร์ต สายควัน) และ หมอ (บอล เชิญยิ้ม) หมอยาสมุนไพรวิเศษ งานนี้อเวนเจอร์แห่งบ้านบางน้ำกร่อยจะช่วยครอบครัวจากโจรร้ายได้หรือไม่

WHAT THE FACT รีวิว อีเรียมซิ่ง
WHAT THE FACT รีวิว อีเรียมซิ่ง

สิ่งที่ทำให้คนดูสนใจในตัวหนังอย่าง อีเรียมซิ่ง คงหนีไม่พ้นบรรดามุกกาว ๆ สไตล์หนังผจญภัยตลกและการได้เห็นเบลล่า ราณีมาทำหน้าเป็นและเล่นมุกสไตล์ตลกคาเฟ่พร้อมเสริมทัพด้วยบรรดานักแสดงตลกขาประจำทั้งน้าค่อม คุณโรเบิร์ต สายควันและคุณบอล เชิญยิ้มที่เห็นหน้าก็การันตีได้เลยว่าหนังต้องสนุกสนานและสร้างเสียงหัวเราะได้แน่นอน แต่ผิดคาดเราไม่แน่ใจว่าด้วยความที่หนังออกฉายช้าหรือตัวหน้งจริงมีปัญหาการถ่ายทำอะไรหรือเปล่าถึงทำให้มันออกมาเป็นต้มยำที่ไม่จี๊ดจ๊าดและดูจืดชืดเกินไปหน่อย

WHAT THE FACT รีวิว อีเรียมซิ่ง

ปัญหาแรกต้องยอมรับเลยว่าตัวบทหนังดูจะยังไม่สามารถทำให้เรารักอีเรียมได้มากพอจะเอาใจช่วยนางเท่าไหร่นัก คือจากตัวอย่างเราเห็นเรียมเปิ่นฮาและก๋ากั่นยังไงตัวหนังจริงก็ไม่ได้ให้อะไรเรามากกกว่านั้นสักเท่าไหร่ และยิ่งการให้เบลลาเล่นมุกตลกแบบรวมฮิตทั้งมุก “ท่านเกียรติผู้มีแขก” มุกปักตะไคร้ หรือบรรดามุกสังขารต่าง ๆ ก็ทำให้เบลลาดูเป็นหุ่นยนต์ก๊อปปี้มุกตลกมากกว่าจะสร้างเสน่ห์ให้เธอเหมือนอย่างบทแม่การะเกดในบุพเพสันนิวาส แม้ว่าต้องยอมรับว่าเธอก็เล่นตลกแบบไม่ห่วงสวยจนสร้างความครื้นเครงให้หนังได้อยู่บ้างก็ตาม

WHAT THE FACT รีวิว อีเรียมซิ่ง
WHAT THE FACT รีวิว อีเรียมซิ่ง

ส่วนปัญหาต่อมาแม้ว่าหนังจะมีคอนเซ็ปต์การเป็นหนังผจญภัยสไตล์นิยายเพชรพระอุมาที่มีทั้งจระเข้ยักษ์ งูเห่าเพลิง มีคาถาอาคมแต่ด้วยคุณภาพงานสร้าง CG ต่าง ๆ ที่ทำได้ไม่ถึงพอมันอยู่ในหนังก็ไม่ได้สร้างความตื่นเต้นอะไรนักและด้วยจังหวะหนังที่เหมือนถูกบังคับท่าไม้ตายให้เป็นหนังตลกหรือเปล่าก็ไม่ทราบมันเลยถูกนำเสนอแบบขอไปที แถมยังต้องเจียดเวลาของหนังมาให้น้าค่อม โรเบิร์ตสายควันและบอล เชิญยิ้ม ได้เล่นมุกสังขารปากบวมตัวบวมอะไรอีก จนฉากผจญภัยที่ควรสร้างความตื่นเต้นหมดพลังไปอย่างน่าเสียดาย

แต่กระนั้นตัวหนังก็ยังมีจุดที่ทำให้เราได้สนุกไปกับมันอยู่บ้างโดยเฉพาะการมีอยู่ของแพท ณปภา ตันตระกูล ที่สามารถฉายเสน่ห์ในมุกโดนวางยาว่านราคะที่ทั้งเซ็กซี่และฮาสุด ๆ รวมไปถึงมุกบีตบ็อกซ์ที่ต้องยอมรับเลยว่าขโมยซีนเบลลาเห็น ๆ แถมการปรากฎโฉมของแพทในชุดเกาะอกแบบไทย ๆ ยังน่าจะได้ใจหนุ่ม ๆ ได้ไม่ยากเลยทีเดียว

และอีกส่วนที่ดีงามมากของหนัง อีเรียมซิ่ง คือคอนเซ็ปต์ของการแอบหยอกหนังนอกทั้งดนตรีประกอบฉากที่อีเรียมเตรียมไฝ่ว์นี่อย่างกับดนตรีในเทรลเลอร์ Wonder Woman 1984 หรือการคิดคอนเซ็ปต์ให้บรรดาแก๊งน้าค่อม คุณโรเบิร์ตและคุณบอลได้กลายเป็น Thor, Captain America และ Doctor Strange แบบเพี้ยน ๆ ก็เรียกเสียงฮาได้ดีเลยทีเดียว และเป็นจุดแข็งแรงที่ทำให้เราได้เห็นศักยภาพของนักแสดงตลกทั้ง 3 ท่านที่ถือเป็น MVP ที่ทำให้หนังอย่าง อีเรียมซิ่ง ยังคงมีความสนุกอยู่บ้าง

รีวิวหนังไทย เรื่อง แสงกระสือ Sang Krasue ( 2019 )

แสงกระสือ Sang Krasue ( 2019 )

หนังไทยที่หยิบเอาเรื่องเล่าพื้นบ้านอย่าง “กระสือ” มาปัดฝุ่นเสียใหม่ และปรับเปลี่ยนมุมมองเรื่องราวที่มีแต่ความสยอง ใส่ความโรแมนติกรักต่างพันธุ์เข้าไปนิด และผสมความดราม่าเข้ามาอีกหน่อย จนออกมาเป็นรสชาติที่แปลกใหม่ และเปลี่ยนมุมมองเดิมๆของเราที่มีต่อกระสือให้หันไปในทิศทางใหม่ที่ยังไม่เคยสัมผัสมาก่อน

ผู้กำกับ : “โดม” สิทธิศิริ (ที่เคยทำเรื่อง Last Summer ฤดูร้อนนั้น ฉันตาย )

นักแสดงนำ : โอบ นิธิ วิวรรธนวรางค์ (น้อย), มินนี่ ภัณฑิรา พิพิธยากร (สาย), เกรท สพล อัศวมั่นคง (เจิด)

มื่อหนังเริ่มมาที่ซีนแรก และให้รู้จักกับตัวละครหลักทั้งสามในสมัยเด็ก สิ่งที่สัมผัสได้คือ ผกก.เก่งในการเลือกมุมกล้อง วางองค์ประกอบฉากได้ดี ทำให้เราเหมือนหลุดเข้าไปในเหตุการณ์นั้นจริงๆ

มีการปูปมเรื่องได้น่าสนใจตั้งแต่ บ้านร้างที่โคก ความลับของพระในวัด รวมถึงจุดประสงค์ของทีมปราบกระสือ ซึ่งก็ถือว่าวางปมและคลายปมได้ถูกจังหวะมาก สมกับที่ทำให้เราอยากรู้มาทั้งเรื่อง แล้วตอนเฉลยปมมันก็พีคจริงๆ สมกับที่ผูกมาตั้งนาน

หนังเรื่องนี้ไม่ได้เน้นหลอกตุ้งแช่แบบหนังผีไทยทั่วไป แค่ได้เห็นฉากกระสือถอดหัว บินโฉบไปมา ก็น่ากลัวเอาเรื่องแล้ว ยิ่งเห็นพวกไส้กองทะลัก สภาพศพเน่าเฟะ แผลเหวอะหวะ อยากคลานไปกราบคนทำพร็อพ เอ็งจะทำสมจริงไปหน๊ายย !!

จุดที่ว้าวที่สุดก็เห็นจะเป็นการแสดงของสามตัวละครหลัก เล่นกันได้แบบโคตรสมจริงเคมีเข้ากันมาก ช่วงฟีลกู้ดหยอกล้อทำเอาหุบยิ้มไม่ลง ช่วงดราม่าก็จัดเต็มสะอื้นเรียกน้ำตาเต็มที่

ยิ่งตอนสายแปลงร่างเป็นกระสือนะ อื้อหืม 

ขนลุก ร่างกายบิดไปมา แขนขาเกร็งจิกลากเตียง ร้องเสียงหลงเหมือนจะขาดใจ ดูเจ็บปวดทรมานมาก

และที่ไม่พูดไม่ได้เลยคือฉากจูบแลกลิ้นดูดปากโคสอัพซูมเน้นๆ ลิ้นไล่ตั้งแต่เพดานปากยันคอหอย บอกเลยว่าโคตรเร่าร้อนเหมือนหื่นกระหายกันมาแรมปี ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมพ่อมินนี่ตามมานั่งคุมถึงกองถ่าย

หัวหน้าทีมปราบกระสือก็เล่นดีจนขนลุก อารมณ์พรานป่าที่ดูเก๋าๆ เฮลท์ๆ  ผสมกับความจิตและเสียงหัวเราะชวนเสียวไส้ แกเดินออกมาทีไรนี่แย่งซีนได้ทุกช็อตเลยทีเดียว

ฉากต่อสู้ของกระหังท้ายเรื่องคือเจ๋งมาก ซีจีไม่ลอยเท่าไหร่ แถมแลกหมัดเหวี่ยงกันไปมาโคตรมันส์ ดูไปก็ลุ้นจิกเบาะไป แถมมีจากสู้กลางอากาศอีก พีคจนลืมว่านี่หนังไทย !

หนังหยิบเอาเรื่องเล่าพื้นบ้านมาขยายต่อเป็นเรื่องเป็นราวได้ยังกะหลุดออกมาจากวรรณคดี นาค-พญาครุฑ ถึงเหตุผลเบื้องหลังมันจะเกร่อๆไม่ว้าวเท่าไหร่ แต่ก็ถือว่าเกินความคาดหมาย

เรื่องกราฟิกซีจีกล้าพูดเลยว่ากินขาดทุกหนังผีไทยในตอนนี้ ทำเอาว้าวไปได้หลายซีน ไม่ว่าจะเป็น กระสือถอดหัว ทุ่งว่านเรืองแสงที่โคก รวมถึงโมเดลกระหังท้ายเรื่อง เรียกได้ว่าทั้งเนียนตาและกล้าซูม ถึงบางจุดจะมีภาพซีจีเบลอๆแตกๆ และลอยเหมือนเอาภาพวาดมาซ้อน แต่โดยรวมถือว่าดีงามเลย

เอาล่ะครับ ชมกันมาเยอะ ทีนี้จะมาติข้อเสียกันบ้าง

บทพูดที่ดูสคริปจ๋าเหลือเกิน ทำเอาการแสดงที่บิ๊วมาดิบดีเสียหมด ยิ่งช่วงโรแมนซ์แล้วพูดอะไรแปร่งๆ ออกมานี่เล่นเอาฟีลลิ่งชะงักไปเลย รวมถึงตอนคลายปมที่เล่นเล่าปากเปล่าออกมาดื้อๆ ไม่ให้คนดูค้นหาเองเท่าไหร่

หนังตัดซีนตัดฉากไปมาบ่อยมาก และมันหั่นอารมณ์ที่บิ๊วมาดิบดีหายไปด้วย คือจะดีกว่านี้มากถ้าแต่ละเทคมันยาวกว่านี้

บางจุดของหนังดูไม่ค่อยเม้กเซนซ์ในเรื่องไทม์ไลน์เวลา ปมบางอย่างที่ตัวละครนั้นไม่น่าจะรู้ได้ และเหตุผลแบบละครไทยจ๋าที่ทำให้หงุดหงิด หนังเดินเรื่องช้าเอาเรื่อง เหมือนประเด็นที่จะเล่ายังไม่มีเท่าไหร่ เนื้อหาเลยดูโหรงเหรงไปบ้าง ยิ่งดนตรีซาวด์คลอเบาๆคอมโบกับช่วงหนังเอื่อยๆ นี่ยานอนหลับชั้นดีเลย

ฉากจบเรื่องนี้ไม่ค่อยน่าปลื้ม แทนที่จะมีอะไรให้น่าจดจำ หรือทิ้งปมไว้สักหน่อยก็ยังดี แต่ดั๊นตัดจบไปซะแบบนั้น ร้อง เอ๊าาา กันลั่นโรงสิงานนี้

นี่ไม่ใช่หนังผี แต่เป็นหนังดราม่า เหงาๆเศร้าๆ และปวดตับใช้ได้ โปรดเตรียมตับสำรองมาเปลี่ยน

โดยรวมเรื่องนี้ให้ 7/10

CLASSIC AGAIN (2020) จดหมาย สายฝน ร่มวิเศษ

หนังรักเกาหลีสุดประทับใจ สู่เรื่องราวครั้งใหม่ ที่ถูกถ่ายทอดในแบบฉบับของคนไทยกับ CLASSIC AGAIN จดหมาย สายฝน ร่มวิเศษ ทุกคนย่อมมีเรื่องราวความรักที่เก็บไว้ในกล่องความทรงจำ ทิ้งไว้ในมุมหนึ่งของห้อง เรื่องราวปาฏิหาริย์แห่งความรัก และความทรงจำ ที่จะมาสะกดหัวใจพร้อมตราตรึงทุกความรู้สึก ไปกับความรักของชายหนุ่มและหญิงสาวสองยุคสมัย

“Classic Again: จดหมาย สายฝน ร่มวิเศษ” พูดถึงความรักของ 2 คนยุคเริ่มต้นที่ “โบต้า” หญิงสาวมหาลัยนิสัยอ่อนโยน ซึ่งเธอมีเพื่อนสนิทชื่อ “ป๊อปกี้” เธอทั้งสองคนเรียนคณะนิเทศศาสตร์การแสดง เธอทั้งสองคนต่างตกหลุมรักผู้ชายคนหนึ่งที่มีชื่อว่า “นน” โดยโบต้าเลือกเสียสละที่จะให้เพื่อนรักของเธอได้คบกับผู้ชายคนนี้ โดยที่เธอได้เพียงแต่มองเขาอยู่ข้างหลังอย่างเงียบๆ

จนกระทั่งวันหนึ่งเธอได้ไปเปิดกล่องลับของ “ดาหลา” คุณแม่เธอได้เขียนจดหมายรักกับชายหนุ่มคนหนึ่งที่ชื่อว่า “ขจร” โบต้าจึงได้รับรู้เรื่องราวความรักครั้งแรกของคุณแม่ที่เล่าผ่านจดหมาย เรื่องราวที่เกิดขึ้นทำให้เธอได้มีความคิดในการตัดสินใจในเรื่องความรักของตนเองพร้อมกับคำตอบที่ได้รับว่า “สิ่งที่เธอกำลังเผชิญอยู่นี้คือชะตากรรมที่เหมือนแม่ของเธอไม่มีผิด!” โบต้าเลยตัดสินใจว่าความรักครั้งนี้เธอจะเป็นคนกำหนดมันด้วยตัวของเธอเอง สุดท้ายจะลงเอยเช่นไรต้องไปติดตามกัน

รับชม CLASSIC AGAIN (2020) จดหมาย สายฝน ร่มวิเศษ ได้ที่ ดูหนังออนไลน์

รีวิว CHECK IN SHOCK (2020) เกมเซ่นผี

เรื่องราวของรายการเรียลลิตี้ผีสุดฮิต “เช็คอินช็อก” เมื่อเหล่าทีมงานได้เข้าไปถ่ายทำที่โรงพยาบาลร้างแห่งหนึ่งที่เต็มไปด้วยความอาฆาตของวิญญาณร้าย 

เกมเซ่นผี ภาพยนตร์ถูกนำเสนอผ่านเรื่องราวของกลุ่มคน ที่สมัครมาเล่นเกมส์ใน รายการเรียลลิตี้ ที่มีชื่อว่า “เช็คอินช็อค” (CHeck In Shock) ที่เปิดเป็นซีซั่นที่ 2 จากคนธรรมดาที่มักมากในเงินรางวัล สู่เรื่องสยองขวัญที่มาจากนรกภายในโรงพยาบาลร้างแห่งหนึ่ง เรียลลิตี้ผีเกมส์โชว์สุดฮิตติดกระแส การเอาตัวรอดจากสถานที่ผีสิง พิธีกรหนุ่ม 3 คน แน็ก แทค ป๋อง เปิดรับสมัครผู้กล้ามาชิงเงินรางวัล 10 ล้านบาท ยืนยันจากผู้เข้าแข่งขันที่ได้รับรางวัล ตัวอย่างหนังใหม่ ไปเมื่อซีซั่นแรก “เผชิญหน้ากับสิ่งลี้ลับ แล้วกลับไปพร้อมเงินรางวัล ” ผู้คนต่างหลั่งไหลเข้ามาสมัครอย่างไม่ขาดสาย เพื่อพิสูจน์ความลี้ลับที่ “โรงพยาบาลนฤเดช” โรงพยาบาลร้างของจริงที่เต็มไปด้วยสิ่งมืดมน พื้นที่ต้องคำสาป เล่ากันว่าเจ้าของโรงพยาบาลซื้อที่ดินมาจากเว็บประมูลที่ดิน โดยไม่รู้ว่ามันโดนคำสาป ไม่ว่าใครจะเจ็บป่วยมามากน้อยแค่ไหนก็ต้องล้มตายจากไป เพราะด้วยพลังของวิญญาณที่อยู่ในสถานที่แห่งนี้จึงเต็มไปด้วยวิญญาณที่รอคอยการแก้แค้น การหวงแหนอนาเขตของตัวเอง วิญญาณจึงได้จองล้างจองผลาญทุกคนที่เข้ามายุ่งในพื้นที่ของตนเอง

กติกาการแข่งขัน ทุกคนต้องอยู่ที่โรงพยาบาลต้องคำสาปแห่งนี้เป็นเวลา 1 คืนโดยที่ต้องทำภารกิจตามที่รายการกำหนด และได้รับกระเป๋ายังชีพเพื่อใช้เวลาฉุกเฉิน ทั้งยา อาหาร ไฟฉาย และสิ่งอำนวยความสะดวกที่พึงมี ยึดเครื่องมือสื่อสารใดๆ(แต่บางคนยังแอบเอาเข้าไป) เพียงแค่นี้ ขออยู่ให้รอด หากใครอยู่ได้ครบ และทำภารกิจเสร็จสิ้นคนแรก รับเงินรางวัลไป 10 ล้านบาท แม้กติกาจะดูง่ายดาย แต่ทางรายการได้จัดฉากเหตุการณ์ต่างๆ สร้างความหลอนอย่างมากมาย เพื่อสกัดความกล้าของผู้เข้าแข่งขัน และสร้างความสนุกสนานให้แก่รายการ สถานการณ์ที่ถูกสร้างขึ้นไม่มีใครรู้เลยว่าความหลอนเหล่านั้น แฝงไปด้วยความอาฆาตแค้นของวิญญาณที่สิงสถิตอยู่ในพื้นที่แห่งนี้

เหล่าผู้กล้าทั้งหมด ต้องเผชิญกับความหลอกหลอนเพื่อเงินรางวัลที่ตนเองอยากครอบครอง แม้ผู้เข้าแข่งขันบางคนจะไม่แน่ใจว่าสิ่งที่หลอกหลอนอยู่นั้นเป็นเรื่องจริงหรือโกหก เรื่องราวดำเนินไปเรื่อยๆ ผสมปนเปกันไประหว่างเรื่องจริงกับเรื่องเท็จ แต่หากใครสังเกตดีๆ จะมีนักแสดงคนไหน ลอยไปลอยมาได้ละ เทคนิคโฮโลแกรมหรือยังไงกันและด้วยความมักมากของทีมงาน ไม่ห่วงความปลอดภัยของผู้เข้าร่วมเล่นเกมส์ เพราะไม่ใช่แค่จะมีเพียงความอาฆาตแค้น ที่ตลบอบอวนอยู่

ภายในโรงพยาบาลแห่งนี้ แม้เรียลลิตี้ในซีซั่นที่ 2 ทีมงานจะเชื่อว่าความหลอนที่แสดงออกมาเป็นสิ่งที่สร้างขึ้น แต่ภายในใจของทุกคนล้วนมีสิ่งที่ปกปิดไม่ให้ใครรู้ถึงเหตุการณ์เมื่อซีซั่นที่แล้ว คือ การตายของจ๋า กิ๊กสาวของ แท็ค หนึ่งในพิธีกรของรายการ จึงไม่ใช่เรื่องแปลก ถ้าหากกองถ่ายทำเรียลลิตี้โชว์ในครั้งนี้จะ เต็มไปด้วยความเกลียดชัง อาฆาตแค้น การย่างก้าวเท้าเหยียบพื้นดินแห่งต้องคำสาป โรงพยาบาลที่ขังความอาฆาตของวิญญาณร้าย และความแค้นของจ๋า เรื่องราวอลหม่าน จะเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะหรือเสียงร้องไห้ หากเรียลลิตี้โชว์ในครั้งนี้อยู่ท่ามกลางความสับสนระหว่าง เรื่องจริงกับเรื่องหลอกลวง

สนับสนุนโดย HaberPan.com ดูหนังออนไลน์ หนังเอเชีย

รีวิว มือปืน โลก / พระ / จัน 2

แนว: แอ็คชั่น | ตลก | ไทย

นำแสดง: ผดุง ทรงแสง, กรภพ จันทร์เจริญ, บริบูรณ์ จันทร์เรือง, ดาว ขำมิน, โจอี้ กาน่า, อุดม ทรงแสง, สมพงษ์ คุนาประถม, วีรยุทธิ์ นานช้า, วนิดา เติมธนาภรณ์, ดรุณี สุทธิพิทักษ์

กำกับ: ยุทธเลิศ สิปปภาค

เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับหนังไทยระดับตำนานกำกับโดย ยุทธเลิศ สิปปภาค นำแสดงโดย ตั๊ก บริบูรณ์ จันทร์เรือง, ดาว ขำมิน, อี๊ด โปงลางสะออน และ บ่าววี โดยเรื่องราวในภาคนี้จะเป็นการเริ่มเรื่องราวด้วยตัวละครชุดใหม่ ถือเป็นการกลับมาในรอบเกือบ 18 ปี เลยทีเดียว

ณ เวลาในอนาคตได้เกิดการระเบิดครั้งใหญ่บนดวงอาทิตย์ แรงระเบิดได้ส่งผลกระทบต่อชั้นบรรยากาศของ โลก บางส่วน ส่งผลให้ประเทศไทยมีอุณหภูมิลดต่ำลงกว่าจุดเยือกแข็งอย่างฉับพลัน ประชากรหนาวตายหลายสิบล้านคนและ “กรุงเทพมหานคร” กลายสภาพเป็นเมืองน้ำแข็งอย่างที่ใครก็ไม่คาดคิดมาก่อน เหล่าผู้รอดชีวิตที่เหลืออยู่ต่างทำทุกวิถีทางเพื่อเอาตัวรอด รวมไปถึง “คิด ไซเรนเซอร์” อดีตนักฆ่าหน้าหยก ผู้ช่ำชองในการฆ่าคนด้วยปืน ที่วันนี้สภาพร่างกายเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก

แต่เสือร้ายย่อมไม่สิ้นลายลงง่าย ๆ “คิด ไซเรนเซอร์” มีศิษย์รักผู้ที่เขาถ่ายทอดวิชามือสังหารให้ทุกอย่างคือ “โจ๊ก โซแบด” จนกลายมาเป็นนักฆ่าระดับแถวหน้าติดอันดับ 1 ใน 3 ของวงการและนอกจากสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างสุดขั้ว ระบบเศรษฐกิจและการปกครองของรัฐยังล้มเหลวลงอย่างไม่เป็นท่า กรุงเทพ…อยู่ภายใต้ความวุ่นวายเมื่อกลุ่มต่อต้านรัฐฝ่ายซ้ายและฝ่ายขวาจับมือร่วมกันหันมาเปิดสงครามกับรัฐบาลซึ่งในวันนี้ได้ขึ้นตรงต่อ “กองทัพกาขาว” ผู้ตั้งตนเป็นผู้ผดุงสันติเข้ามาดูแลความสงบให้กับ กรุงเทพ

แต่ภายใต้สันติที่กำลังผลิดอกออกผล ก็เกิดแผนสังหารลับ ๆ ขึ้นมา โดยมอบหมายให้กับ 3 มือสังหารระดับพระกาฬแห่งยุค โจ๊ก โซแบด มือปืนผู้มากับดวง แจ๊ส โซเด นักฆ่าผู้มากับเสียงเพลง และ เจ โซนาน่า จอมสังหารมือระเบิด โดยต่างก็ไม่ได้รับรู้ถึงภารกิจของกันและกัน ที่สำคัญดูเหมือนว่าเบื้องลึกเบื้องหลังการปฏิบัติการของทั้งสามมือสังหารนี้ จะมีความลับอันยิ่งใหญ่อะไรบางอย่างซุกซ่อนอยู่ ความลับที่แม้แต่ทั้งสามคนเองก็ไม่เคยทราบมาก่อนแม้แต่นิดเดียว

รีวิว พจมาน สว่างคาตา

คนไทยยังไงก็ชอบดูหนังไทย มากกว่าหนังชาติอื่นๆ มหาชนคนรักหนัง รอดูได้หนังน่าจะเด่นปี 2020 มีหลายแนวหลากรส พจมานสว่างคาตา นำโดยนางเอกคุณภาพ แพนเค้ก เขมนิจ จามิกรณ์ ตั้งใจมารั่วแรงมากระตุกต่อมฮา กำกับโดย พชร์ อานนท์ จะระเบิดความหรรษาโลกแตกได้มากแค่ไหน แพนเค้กเต็มที่อยู่แล้ว ทุ่มเทเกินร้อยให้กับทุกงานนะคะ

เรื่องย่อ

เรื่องราวสุดวายป่วงและสยองพองขนใน พจมาน สว่างคาตา เริ่มต้นขึ้นเมื่อ พจมาน (โก๊ะตี๋ อารามบอย) สาวน้อยผู้เรียบร้อยน่ารักเดินทางจากบ้านนอกเข้ากรุงเทพฯ เพื่อมาเรียนหนังสือต่อตามความประสงค์ของบิดาที่สั่งไว้ก่อนเสียชีวิต โดยให้พจมานไปอาศัยอยู่ที่คฤหาสน์บ้านดอกไม้ทองกับครอบครัวของหม่อมอัมราภาแพรวพรรณนารายณ์พรรณาโวหารสมานจิต (จาตุรงค์ โพธาราม) ซึ่งมีศักดิ์เป็นหม่อมป้า

และแล้วเมื่อพจมานเดินย่างกรายเข้ามาอยู่ที่บ้านดอกไม้ทอง เธอก็ได้พบกับ เบ้อเริ่มเทิ่ม (เอกชัย ศรีวิชัย), หญิงจิ๊ดริด (ยิ่งศักดิ์ จงเลิศเจษฎาวงศ์), ชายน้อยหนึ่ง (วีรดิษฐ์ ศรีมาลัย) ที่มีร่างกายพิการ ขาเป๋ ปากเบี้ยว และเหล่าบรรดาคนรับใช้ที่คอยกลั่นแกล้งพจมานสารพัด โดย แม่ช่อมณี (พชร์ อานนท์) หัวหน้าแม่บ้านซึ่งเป็นผู้กุมความลับสำคัญของบ้านดอกไม้ทอง 

เธอก้าวมาในบ้านอย่างที่ไม่คาดคิดว่าชีวิตของเธอนั้นกำลังตกอยู่ในในอันตราย! ทุกคนได้ร่วมกันวางแผนฆ่าพจมาน เพราะไม่อยากให้เธอมาแย่งมรดก แต่แผนการกลับล้มเหลวทุกคร้ัง จนกระทั่งจู่ๆ พจมานกลับลื่นตกบันไดลงไปตายเองต่อหน้าคนในบ้านเสียอย่างนั้น 

แต่แล้วท่ามกลางความสะใจและดีใจ หม่อมอัมราภาเพิ่งนึกได้ว่าพินัยกรรมจะเปิดได้ก็ต่อเมื่อคนในตระกูลอยู่ครบ และพรุ่งนี้เป็นวันที่ ชายกลาง (ชาลี ไตรรัตน์) จะเดินทางกลับมาจากต่างประเทศ ถ้าไม่มีพจมานก็จะไม่สามารถเปิดพินัยกรรมได้ ว่าแล้วแม่ช่อมณี หัวหน้าแม่บ้าน ได้แนะนำสาวสวยคนหนึ่ง (เขมนิจ จามิกรณ์)ให้เข้ามาสวมรอยเป็นพจมาน โดยสัญญาว่าจะมอบเงินก้อนโตให้เธอเอาไปเป็นค่ารักษาพยาบาลแม่… ใช่แล้ว และนับตั้งแต่ที่สาวสวยนามแพนเค้กก้าวเข้ามาในบ้านพร้อมภารกิจพิเศษ พร้อมๆ กับการต้องเผชิญหน้ากับผีพจมานตัวจริง! ที่คลั่งแค้นชนิดตั้งใจจะหลอกหลอนทุกคนในบ้านจนสว่างคาตา
ดูหนังออนไลน์ ดูหนังไทย ดูหนังเอเชีย ดูหนังฝรั่ง ดูหนังแอคชั่น

รีวิว ขุนพันธ์ 2

เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับหนังแอคชั่นฟอร์มยักษ์ ขุนพันธ์ 2 ภาคต่อที่จะมาระเบิดความมันส์ให้ได้ชมกันอีกครั้ง แน่นอนว่าหนังก็ยังคงได้ผู้กำกับคนเดิม ก้องเกียรติ โขมศิริ มาสร้างความสนุกให้แฟนๆ ได้ชมกันอีกครั้ง พร้อมด้วยนักแสดงนำอย่าง อนันดา เอเวอร์ริงแฮม ในบทขุนพันธ์, เป้ อารักษ์ ในบทเสือใบ, ผู้พันเบิร์ด ในบทเสือฝ้าย และสองสาว ก้อย รัชวิน, แม็กกี้ อาภา ที่จะมีบทบาทสำคัญในเรื่องกับอีกหนึ่งหนุ่ม วุฒิ นันทวุฒิ ตัวร้ายคนใหม่ของจักรวาลขุนพันธ์

ขุนพันธ์ 2 ว่าด้วยเรื่องราวการกลับมาของ ขุนพันธรักษ์ราชเดช นายตำรวจมือปราบจอมขมังเวทย์หนึ่งเดียว ที่พร้อมประชันหน้ากำราบที่สุดแห่งเสือภาคกลางที่โด่งดังในประวัติศาสตร์แฟ้มอาชญากรรมไทย ด้วยอาวุธ ด้วยอาคมแกร่งกล้า และด้วยความดี

หลังสร้างความมันส์ให้แฟนหนังอย่างจุใจในภาคแรกแล้ว ไม่นานเกินรอก็มีภาคต่อมาให้ชมกันแบบไม่ขาดตอนเลยทีเดียว สำหรับ ขุนพันธ์ 2 ที่ครั้งนี้ผู้กำกับ ก้องเกียรติ โขมศิริ ก็ยังคงใช้นักแสดงหลักชุดเดิมเพิ่มเติมคือตัวร้ายตัวใหม่ที่จะมาสร้างสีสันให้กับหนังมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น เสือฝ้าย หัวหน้าชุมเสือภาคกลาง และ อัศวิน ตำรวจหนุ่มไฟแรง ได้ว่าจัดเต็มชุดใหญ่กันเลยทีเดียว

บอกตามตรงว่าดูหน้าหนังขุนพันธ์ในภาคนี้นั้นดูดีกว่าภาคที่แล้วมาก ด้วยโปรดักชั่นงานสร้างที่ยิ่งใหญ่อลังการงานสร้าง ระเบิดภูเขาเผากระท่อมมาเต็ม งานภาพก็ดูดีแถมงานซีจีสเปเชียลเอกเอฟเฟกต์ก็ยังพัฒนาขึ้นมาก ในส่วนของบทก็ถือว่าทำออกมาค่อนข้างดีทีเดียว แม้บางช่วงอาจจะไม่ประติดประต่อแถมยังมีความตื้นเขิน แต่ด้วยงานแอคชั่นที่ทำออกมาได้มันส์สะใจ ประกอบกับวิชาอาคมต่างๆ ที่ตัวละครงัดออกมาสู้กันจึงพอกลบเรื่องของบทไปได้

ในส่วนของการแสดงของภาคนี้ หนุ่มอนันดา ก็ยังคงมาวินถ่ายทอดความเป็นนายตำรวจผู้ซื่อสัตย์ออกมาได้อย่างชัดเจน ผู้พันเบิร์ด ในบทเสือฝ้าย ก็ดูน่าเกรงขามสมกับเป็นหัวหน้าโจร แต่ดูเหมือนยังสลัดคราบคนดีจาก ตำนานสมเด็จพระนเรศวร ออกไม่ได้ ทำให้ยังไม่ค่อยเชื่อว่าเป็นตัวร้าย

และไม่พูดถึงก็คงไม่ได้สำหรับบทบาทของ หนุ่มเป้ อารักษ์ ที่ดูเหมือนจะมีมิติมากที่สุด ด้วยการแสดงที่มีหลากหลายอารมณ์ ทำให้เราได้เห็นศักยภาพของเขาที่ไม่ธรรมดา ด้วยความที่มีตัวละครสำคัญมากมาย จึงมีการเกลี่ยความสำคัญของตัวละครตัวอื่นๆ อย่างละเล็กละน้อย และดับฝันการเป็นตัวร้ายในภาคต่อของตัวละคร อัศวิน (รับบทโดย วุฒิ นันทวุฒิ) ที่มีทีท่าว่าจะไปต่อในภาคหน้าได้

แน่นอนว่านอกจากจะมีดีเรื่องงานแอคชั่นแล้ว หนังยังสะท้อนมุมมองทางสังคมและการเมืองออกมาได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการทุจริตคอรัปชั่น การใช้อำนาจไปในทางที่ผิดของนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ แถมยังมีการถ่ายทอดบทบาทของผู้มีอำนาจในบ้านเมืองเราออกมาได้อย่างคล้ายคลึงกันมาก

ขณะเดียวกันหนังก็ยังทำให้เราฉุกคิดเกี่ยวกับการทำหน้าที่ของตัวเองว่าแบบไหนที่ควรจะทำและทำแล้วมันถูกต้อง นี่จึงเป็นอีกหนึ่งหนังซูเปอร์ฮีโร่สัญชาติไทยที่มีดีและสนุกมากกว่าที่คิด หากได้รับการพัฒนามากขึ้นไปเรื่อยๆ สามารถทัดเทียมหนังซูเปอร์ฮีโร่ของต่างชาติได้เลย

รีวิว The Pool นรก 6 เมตร

สิ้นสุดการรอคอยแล้วสำหรับหนังไทยเรื่องล่าสุดที่ผู้คนพูดถึงมากที่สุดในเวลานี้ The Pool นรก 6 เมตร การกลับมารับงานแสดงหนังอีกครั้งของ เคน ธีรเดช การรับเล่นหนังเป็นครั้งแรกของสาว เกรซ รัชย์ณมนทร์ และการกลับมาทำหน้าที่กำกับหนังอีกครั้งของผู้กำกับ พิง ลำพระเพลิง กับพล็อตเรื่องที่เล่นในสถานที่จำกัด แม้จะดูเหมือนง่ายไม่มีอะไรซับซ้อน แต่ความท้าทายของหนังคือบทต้องดี อารมณ์ต้องได้ เนื้อเรื่องต้องเอาอยู่ The Pool นรก 6 เมตร จะสอบผ่านได้หรือไม่ เข้าไปติดอยู่ในสระน้ำเป็นเพื่อนพี่เคนพร้อมกันได้เลย

The Pool นรก 6 เมตร ว่าด้วยเรื่องราวของ เดย์ ที่เผลอนอนหลับอยู่บนแพยางบนสระว่ายน้ำ หลังจากที่ทำงานมาอย่างเหนื่อยล้า ทว่าเพื่อนของเขาได้เปิดระบบปล่อยน้ำในสระออก เมื่อเดย์ตื่นมาเขาจึงอยู่ในสระว่ายน้ำที่ระดับน้ำลดต่ำลงมาก และไม่สามารถปีนออกไปได้ ก้อย แฟนสาวมาหาเดย์แบบเซอร์ไพรส์ด้วยการกระโดดลงมา แต่พลาดท่าศีรษะฟาดกับที่กระโดดจนตกลงสระมาได้รับบาดเจ็บ หลังจากที่น้ำในสระหายไป ทั้งคู่จึงต้องทำทุกวิถีทางในการเอาตัวรอดจากสระว่ายน้ำไปให้ได้ใน ขณะที่สัตว์ร้ายอย่างจระเข้ก็พร้อมจะสร้างสถานการณ์ให้เลวร้ายมากยิ่งขึ้น

แม้ว่าไม่ได้แสดงหนังมา 9 ปีแล้ว แต่พระหนุ่มตลอดกาล เคน ธีรเดช ก็กลับมาทำหน้าที่เป็นผู้แบกหนังทั้งเรื่องในฐานะพระเอกอีกครั้ง ความยาวของหนังราวหนึ่งชั่วโมงครึ่งนั้น แทบจะไม่มีซีนไหนเลยที่คนดูจะไม่เห็นผู้ชายคนนี้ ภายในสระอันเวิ้งว้างและแห้งแล้ง ถูกเติมเต็มด้วยเสน่ห์ ความสามารถทางการแสดง และการส่งอารมณ์ให้คนดูตลอดเวลา ยังดีที่ได้สาว เกรซ รัชย์ณมนทร์ มาช่วยเบรกสายตาของหนุ่ม ๆ ให้ได้เห็นความน่ารักชื่นตาชื่นใจได้บ้าง บอกได้เลยว่าแฟนคลับ เคน ธีรเดช ตัวจริง ไม่ควรพลาดชมในโรงหนังเป็นอย่างยิ่ง

ก็เป็นจริงดังว่าหาใช่การโฆษณาเกินจริงไม่ เคมีระหว่าง เคน ธีรเดช และ เกรซ รัชย์ณมนทร์ ส่งให้กันนั้นถือว่าสอบผ่านตามที่ผู้กำกับ พิง ลำพระเพลิง บอกไว้จริง ๆ ยิ่งสาวเกรซถ่ายทอดอารมณ์ออกมาได้ดีเท่าไรก็ยิ่งทำให้คนดูเชื่อในสิ่งที่เธอกำลังแสดงได้ง่ายกว่านักแสดงหนังคนอื่น ๆ เพราะด้วยความสดใหม่ของสาวเกรซที่คอหนังไม่เคยได้เห็นผลงานมาก่อนก็ทำให้คอหนังพร้อมจะคล้อยตามไปกับเธอได้เป็นอย่างดี

ในส่วนของจระเข้นั้นก็ถือว่าทำออกมาได้น่าประทับใจ อย่างที่รู้กันมาก่อนหน้านี้แล้วว่าในหนังจะใช้จระเข้ตัวจริง จระเข้ปลอม รวมถึงการใช้จระเข้ที่สร้างขึ้นจากคอมพิวเตอร์กราฟิก ความเนียนของจระเข้ที่เห็นในหนังนั้นเกินกว่าที่คาดไปมาก จระเข้เนียนมาก เรียกได้ว่าเทคนิคพิเศษของวงการหนังบ้านเราใกล้เคียงระดับโลกมากขึ้นไปทุกทีแล้ว แม้ว่าจะมีบางจุดที่พอจะสังเกตเห็นได้ว่าเป็นคอมพิวเตอร์กราฟิก แต่ด้วยความตื่นเต้นและความระทึกของหนังก็ไม่ทำให้อารมณ์สะดุดแต่อย่างใด

แม้ว่าหน้าหนังจะพูดถึงอุปสรรคชิ้นใหญ่ให้คนดูรู้ล่วงหน้าไปแล้ว อย่างการลงไปอยู่ในสระน้ำที่ไม่มีน้ำและสูงถึง 6 เมตร ที่ไม่มีบันได สภาพแวดล้อมทั้งฝนทั้งแดด ไร้ซึ่งเสบียงอาหาร สภาพจิตใจที่ย่ำแย่มากขึ้นเรื่อย ๆ ท่อน้ำ และจระเข้ ทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมานี้ไม่ได้ลดทอนความลุ้นระทึกของหนังลงไปได้เลย

พิง ลำพระเพลิง เสมือนผู้เล่นเกมซิมส์ได้เนรมิตสรรค์สร้างความลำบากยากเข็ญและอภิมหาความโชคร้ายทั้งมวลที่จะเกิดขึ้นได้ให้กับหนังตลอดเวลา และพยายามคิดไปพร้อมกับตัวละครที่เสมือนหนึ่งเป็นชาวซิมส์ว่าจะแก้ปัญหาฟันฝ่าความยากลำบากตรงหน้าอย่างไร

หากใครโดนสปอยล์ตอนจบของหนังไปแล้วก็อย่าเพิ่งวิตกกังวลว่าจะดูหนังสนุกหรือไม่สนุก เพราะการรู้ตอนจบไปมันเทียบไม่ได้เลยกับสิ่งที่หนังพยายามเล่าเรื่องระหว่างทางผ่านสองตัวละครที่พยายามดิ้นรนอย่างสุดชีวิต สะท้อนออกมาเป็นแง่คิดต่าง ๆ ให้ผู้ชมแต่ละคนที่ผ่านประสบการณ์ชีวิตที่ไม่เท่าเทียมกันได้ตกผลึก และกลายเป็นบทเรียนสำคัญให้กับตัวเองได้

กล่าวโดยสรุปแล้วหนัง The Pool นรก 6 เมตร คงเป็นมาสเตอร์พีซผลงานชิ้นโบแดงขึ้นหิ้งอีกหนึ่งชิ้นของผู้กำกับ พิง ลำพระเพลิง ที่ทำผลงานได้สมกับความตั้งใจที่อยากจะทำมานานหลายปี และเมื่อเขาได้โอกาสที่จะรังสรรค์เรื่องราวในจินตนาการของตัวเองลงบนแผ่นฟิล์มภายใต้ชายคาค่าย T Moment แล้ว

พิง ลำพระเพลิง ไม่ลังเลที่จะจัดเต็มใส่ความเป็นตัวของตัวเองลงไปในฉากแต่ละฉากอย่างสุดความสามารถสมกับที่เขารอคอยมานาน ไม่รู้ว่าหลังจากที่หนังเข้าฉายจะถูกใจผู้ชมมากน้อยแค่ไหน แต่โดยส่วนตัวแล้ว The Pool นรก 6 เมตร เชื่อมั่นว่าน่าจะเป็นหนังไทยที่คนส่วนใหญ่แนะนำผ่านปากต่อปากมากที่สุดเรื่องหนึ่งของปีนี้เลย