CLASSIC AGAIN (2020) จดหมาย สายฝน ร่มวิเศษ

หนังรักเกาหลีสุดประทับใจ สู่เรื่องราวครั้งใหม่ ที่ถูกถ่ายทอดในแบบฉบับของคนไทยกับ CLASSIC AGAIN จดหมาย สายฝน ร่มวิเศษ ทุกคนย่อมมีเรื่องราวความรักที่เก็บไว้ในกล่องความทรงจำ ทิ้งไว้ในมุมหนึ่งของห้อง เรื่องราวปาฏิหาริย์แห่งความรัก และความทรงจำ ที่จะมาสะกดหัวใจพร้อมตราตรึงทุกความรู้สึก ไปกับความรักของชายหนุ่มและหญิงสาวสองยุคสมัย

“Classic Again: จดหมาย สายฝน ร่มวิเศษ” พูดถึงความรักของ 2 คนยุคเริ่มต้นที่ “โบต้า” หญิงสาวมหาลัยนิสัยอ่อนโยน ซึ่งเธอมีเพื่อนสนิทชื่อ “ป๊อปกี้” เธอทั้งสองคนเรียนคณะนิเทศศาสตร์การแสดง เธอทั้งสองคนต่างตกหลุมรักผู้ชายคนหนึ่งที่มีชื่อว่า “นน” โดยโบต้าเลือกเสียสละที่จะให้เพื่อนรักของเธอได้คบกับผู้ชายคนนี้ โดยที่เธอได้เพียงแต่มองเขาอยู่ข้างหลังอย่างเงียบๆ

จนกระทั่งวันหนึ่งเธอได้ไปเปิดกล่องลับของ “ดาหลา” คุณแม่เธอได้เขียนจดหมายรักกับชายหนุ่มคนหนึ่งที่ชื่อว่า “ขจร” โบต้าจึงได้รับรู้เรื่องราวความรักครั้งแรกของคุณแม่ที่เล่าผ่านจดหมาย เรื่องราวที่เกิดขึ้นทำให้เธอได้มีความคิดในการตัดสินใจในเรื่องความรักของตนเองพร้อมกับคำตอบที่ได้รับว่า “สิ่งที่เธอกำลังเผชิญอยู่นี้คือชะตากรรมที่เหมือนแม่ของเธอไม่มีผิด!” โบต้าเลยตัดสินใจว่าความรักครั้งนี้เธอจะเป็นคนกำหนดมันด้วยตัวของเธอเอง สุดท้ายจะลงเอยเช่นไรต้องไปติดตามกัน

รับชม CLASSIC AGAIN (2020) จดหมาย สายฝน ร่มวิเศษ ได้ที่ ดูหนังออนไลน์

รีวิว CHECK IN SHOCK (2020) เกมเซ่นผี

เรื่องราวของรายการเรียลลิตี้ผีสุดฮิต “เช็คอินช็อก” เมื่อเหล่าทีมงานได้เข้าไปถ่ายทำที่โรงพยาบาลร้างแห่งหนึ่งที่เต็มไปด้วยความอาฆาตของวิญญาณร้าย 

เกมเซ่นผี ภาพยนตร์ถูกนำเสนอผ่านเรื่องราวของกลุ่มคน ที่สมัครมาเล่นเกมส์ใน รายการเรียลลิตี้ ที่มีชื่อว่า “เช็คอินช็อค” (CHeck In Shock) ที่เปิดเป็นซีซั่นที่ 2 จากคนธรรมดาที่มักมากในเงินรางวัล สู่เรื่องสยองขวัญที่มาจากนรกภายในโรงพยาบาลร้างแห่งหนึ่ง เรียลลิตี้ผีเกมส์โชว์สุดฮิตติดกระแส การเอาตัวรอดจากสถานที่ผีสิง พิธีกรหนุ่ม 3 คน แน็ก แทค ป๋อง เปิดรับสมัครผู้กล้ามาชิงเงินรางวัล 10 ล้านบาท ยืนยันจากผู้เข้าแข่งขันที่ได้รับรางวัล ตัวอย่างหนังใหม่ ไปเมื่อซีซั่นแรก “เผชิญหน้ากับสิ่งลี้ลับ แล้วกลับไปพร้อมเงินรางวัล ” ผู้คนต่างหลั่งไหลเข้ามาสมัครอย่างไม่ขาดสาย เพื่อพิสูจน์ความลี้ลับที่ “โรงพยาบาลนฤเดช” โรงพยาบาลร้างของจริงที่เต็มไปด้วยสิ่งมืดมน พื้นที่ต้องคำสาป เล่ากันว่าเจ้าของโรงพยาบาลซื้อที่ดินมาจากเว็บประมูลที่ดิน โดยไม่รู้ว่ามันโดนคำสาป ไม่ว่าใครจะเจ็บป่วยมามากน้อยแค่ไหนก็ต้องล้มตายจากไป เพราะด้วยพลังของวิญญาณที่อยู่ในสถานที่แห่งนี้จึงเต็มไปด้วยวิญญาณที่รอคอยการแก้แค้น การหวงแหนอนาเขตของตัวเอง วิญญาณจึงได้จองล้างจองผลาญทุกคนที่เข้ามายุ่งในพื้นที่ของตนเอง

กติกาการแข่งขัน ทุกคนต้องอยู่ที่โรงพยาบาลต้องคำสาปแห่งนี้เป็นเวลา 1 คืนโดยที่ต้องทำภารกิจตามที่รายการกำหนด และได้รับกระเป๋ายังชีพเพื่อใช้เวลาฉุกเฉิน ทั้งยา อาหาร ไฟฉาย และสิ่งอำนวยความสะดวกที่พึงมี ยึดเครื่องมือสื่อสารใดๆ(แต่บางคนยังแอบเอาเข้าไป) เพียงแค่นี้ ขออยู่ให้รอด หากใครอยู่ได้ครบ และทำภารกิจเสร็จสิ้นคนแรก รับเงินรางวัลไป 10 ล้านบาท แม้กติกาจะดูง่ายดาย แต่ทางรายการได้จัดฉากเหตุการณ์ต่างๆ สร้างความหลอนอย่างมากมาย เพื่อสกัดความกล้าของผู้เข้าแข่งขัน และสร้างความสนุกสนานให้แก่รายการ สถานการณ์ที่ถูกสร้างขึ้นไม่มีใครรู้เลยว่าความหลอนเหล่านั้น แฝงไปด้วยความอาฆาตแค้นของวิญญาณที่สิงสถิตอยู่ในพื้นที่แห่งนี้

เหล่าผู้กล้าทั้งหมด ต้องเผชิญกับความหลอกหลอนเพื่อเงินรางวัลที่ตนเองอยากครอบครอง แม้ผู้เข้าแข่งขันบางคนจะไม่แน่ใจว่าสิ่งที่หลอกหลอนอยู่นั้นเป็นเรื่องจริงหรือโกหก เรื่องราวดำเนินไปเรื่อยๆ ผสมปนเปกันไประหว่างเรื่องจริงกับเรื่องเท็จ แต่หากใครสังเกตดีๆ จะมีนักแสดงคนไหน ลอยไปลอยมาได้ละ เทคนิคโฮโลแกรมหรือยังไงกันและด้วยความมักมากของทีมงาน ไม่ห่วงความปลอดภัยของผู้เข้าร่วมเล่นเกมส์ เพราะไม่ใช่แค่จะมีเพียงความอาฆาตแค้น ที่ตลบอบอวนอยู่

ภายในโรงพยาบาลแห่งนี้ แม้เรียลลิตี้ในซีซั่นที่ 2 ทีมงานจะเชื่อว่าความหลอนที่แสดงออกมาเป็นสิ่งที่สร้างขึ้น แต่ภายในใจของทุกคนล้วนมีสิ่งที่ปกปิดไม่ให้ใครรู้ถึงเหตุการณ์เมื่อซีซั่นที่แล้ว คือ การตายของจ๋า กิ๊กสาวของ แท็ค หนึ่งในพิธีกรของรายการ จึงไม่ใช่เรื่องแปลก ถ้าหากกองถ่ายทำเรียลลิตี้โชว์ในครั้งนี้จะ เต็มไปด้วยความเกลียดชัง อาฆาตแค้น การย่างก้าวเท้าเหยียบพื้นดินแห่งต้องคำสาป โรงพยาบาลที่ขังความอาฆาตของวิญญาณร้าย และความแค้นของจ๋า เรื่องราวอลหม่าน จะเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะหรือเสียงร้องไห้ หากเรียลลิตี้โชว์ในครั้งนี้อยู่ท่ามกลางความสับสนระหว่าง เรื่องจริงกับเรื่องหลอกลวง

สนับสนุนโดย HaberPan.com ดูหนังออนไลน์ หนังเอเชีย

รีวิว มือปืน โลก / พระ / จัน 2

แนว: แอ็คชั่น | ตลก | ไทย

นำแสดง: ผดุง ทรงแสง, กรภพ จันทร์เจริญ, บริบูรณ์ จันทร์เรือง, ดาว ขำมิน, โจอี้ กาน่า, อุดม ทรงแสง, สมพงษ์ คุนาประถม, วีรยุทธิ์ นานช้า, วนิดา เติมธนาภรณ์, ดรุณี สุทธิพิทักษ์

กำกับ: ยุทธเลิศ สิปปภาค

เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับหนังไทยระดับตำนานกำกับโดย ยุทธเลิศ สิปปภาค นำแสดงโดย ตั๊ก บริบูรณ์ จันทร์เรือง, ดาว ขำมิน, อี๊ด โปงลางสะออน และ บ่าววี โดยเรื่องราวในภาคนี้จะเป็นการเริ่มเรื่องราวด้วยตัวละครชุดใหม่ ถือเป็นการกลับมาในรอบเกือบ 18 ปี เลยทีเดียว

ณ เวลาในอนาคตได้เกิดการระเบิดครั้งใหญ่บนดวงอาทิตย์ แรงระเบิดได้ส่งผลกระทบต่อชั้นบรรยากาศของ โลก บางส่วน ส่งผลให้ประเทศไทยมีอุณหภูมิลดต่ำลงกว่าจุดเยือกแข็งอย่างฉับพลัน ประชากรหนาวตายหลายสิบล้านคนและ “กรุงเทพมหานคร” กลายสภาพเป็นเมืองน้ำแข็งอย่างที่ใครก็ไม่คาดคิดมาก่อน เหล่าผู้รอดชีวิตที่เหลืออยู่ต่างทำทุกวิถีทางเพื่อเอาตัวรอด รวมไปถึง “คิด ไซเรนเซอร์” อดีตนักฆ่าหน้าหยก ผู้ช่ำชองในการฆ่าคนด้วยปืน ที่วันนี้สภาพร่างกายเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก

แต่เสือร้ายย่อมไม่สิ้นลายลงง่าย ๆ “คิด ไซเรนเซอร์” มีศิษย์รักผู้ที่เขาถ่ายทอดวิชามือสังหารให้ทุกอย่างคือ “โจ๊ก โซแบด” จนกลายมาเป็นนักฆ่าระดับแถวหน้าติดอันดับ 1 ใน 3 ของวงการและนอกจากสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างสุดขั้ว ระบบเศรษฐกิจและการปกครองของรัฐยังล้มเหลวลงอย่างไม่เป็นท่า กรุงเทพ…อยู่ภายใต้ความวุ่นวายเมื่อกลุ่มต่อต้านรัฐฝ่ายซ้ายและฝ่ายขวาจับมือร่วมกันหันมาเปิดสงครามกับรัฐบาลซึ่งในวันนี้ได้ขึ้นตรงต่อ “กองทัพกาขาว” ผู้ตั้งตนเป็นผู้ผดุงสันติเข้ามาดูแลความสงบให้กับ กรุงเทพ

แต่ภายใต้สันติที่กำลังผลิดอกออกผล ก็เกิดแผนสังหารลับ ๆ ขึ้นมา โดยมอบหมายให้กับ 3 มือสังหารระดับพระกาฬแห่งยุค โจ๊ก โซแบด มือปืนผู้มากับดวง แจ๊ส โซเด นักฆ่าผู้มากับเสียงเพลง และ เจ โซนาน่า จอมสังหารมือระเบิด โดยต่างก็ไม่ได้รับรู้ถึงภารกิจของกันและกัน ที่สำคัญดูเหมือนว่าเบื้องลึกเบื้องหลังการปฏิบัติการของทั้งสามมือสังหารนี้ จะมีความลับอันยิ่งใหญ่อะไรบางอย่างซุกซ่อนอยู่ ความลับที่แม้แต่ทั้งสามคนเองก็ไม่เคยทราบมาก่อนแม้แต่นิดเดียว

รีวิว พจมาน สว่างคาตา

คนไทยยังไงก็ชอบดูหนังไทย มากกว่าหนังชาติอื่นๆ มหาชนคนรักหนัง รอดูได้หนังน่าจะเด่นปี 2020 มีหลายแนวหลากรส พจมานสว่างคาตา นำโดยนางเอกคุณภาพ แพนเค้ก เขมนิจ จามิกรณ์ ตั้งใจมารั่วแรงมากระตุกต่อมฮา กำกับโดย พชร์ อานนท์ จะระเบิดความหรรษาโลกแตกได้มากแค่ไหน แพนเค้กเต็มที่อยู่แล้ว ทุ่มเทเกินร้อยให้กับทุกงานนะคะ

เรื่องย่อ

เรื่องราวสุดวายป่วงและสยองพองขนใน พจมาน สว่างคาตา เริ่มต้นขึ้นเมื่อ พจมาน (โก๊ะตี๋ อารามบอย) สาวน้อยผู้เรียบร้อยน่ารักเดินทางจากบ้านนอกเข้ากรุงเทพฯ เพื่อมาเรียนหนังสือต่อตามความประสงค์ของบิดาที่สั่งไว้ก่อนเสียชีวิต โดยให้พจมานไปอาศัยอยู่ที่คฤหาสน์บ้านดอกไม้ทองกับครอบครัวของหม่อมอัมราภาแพรวพรรณนารายณ์พรรณาโวหารสมานจิต (จาตุรงค์ โพธาราม) ซึ่งมีศักดิ์เป็นหม่อมป้า

และแล้วเมื่อพจมานเดินย่างกรายเข้ามาอยู่ที่บ้านดอกไม้ทอง เธอก็ได้พบกับ เบ้อเริ่มเทิ่ม (เอกชัย ศรีวิชัย), หญิงจิ๊ดริด (ยิ่งศักดิ์ จงเลิศเจษฎาวงศ์), ชายน้อยหนึ่ง (วีรดิษฐ์ ศรีมาลัย) ที่มีร่างกายพิการ ขาเป๋ ปากเบี้ยว และเหล่าบรรดาคนรับใช้ที่คอยกลั่นแกล้งพจมานสารพัด โดย แม่ช่อมณี (พชร์ อานนท์) หัวหน้าแม่บ้านซึ่งเป็นผู้กุมความลับสำคัญของบ้านดอกไม้ทอง 

เธอก้าวมาในบ้านอย่างที่ไม่คาดคิดว่าชีวิตของเธอนั้นกำลังตกอยู่ในในอันตราย! ทุกคนได้ร่วมกันวางแผนฆ่าพจมาน เพราะไม่อยากให้เธอมาแย่งมรดก แต่แผนการกลับล้มเหลวทุกคร้ัง จนกระทั่งจู่ๆ พจมานกลับลื่นตกบันไดลงไปตายเองต่อหน้าคนในบ้านเสียอย่างนั้น 

แต่แล้วท่ามกลางความสะใจและดีใจ หม่อมอัมราภาเพิ่งนึกได้ว่าพินัยกรรมจะเปิดได้ก็ต่อเมื่อคนในตระกูลอยู่ครบ และพรุ่งนี้เป็นวันที่ ชายกลาง (ชาลี ไตรรัตน์) จะเดินทางกลับมาจากต่างประเทศ ถ้าไม่มีพจมานก็จะไม่สามารถเปิดพินัยกรรมได้ ว่าแล้วแม่ช่อมณี หัวหน้าแม่บ้าน ได้แนะนำสาวสวยคนหนึ่ง (เขมนิจ จามิกรณ์)ให้เข้ามาสวมรอยเป็นพจมาน โดยสัญญาว่าจะมอบเงินก้อนโตให้เธอเอาไปเป็นค่ารักษาพยาบาลแม่… ใช่แล้ว และนับตั้งแต่ที่สาวสวยนามแพนเค้กก้าวเข้ามาในบ้านพร้อมภารกิจพิเศษ พร้อมๆ กับการต้องเผชิญหน้ากับผีพจมานตัวจริง! ที่คลั่งแค้นชนิดตั้งใจจะหลอกหลอนทุกคนในบ้านจนสว่างคาตา
ดูหนังออนไลน์ ดูหนังไทย ดูหนังเอเชีย ดูหนังฝรั่ง ดูหนังแอคชั่น

รีวิว ขุนพันธ์ 2

เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับหนังแอคชั่นฟอร์มยักษ์ ขุนพันธ์ 2 ภาคต่อที่จะมาระเบิดความมันส์ให้ได้ชมกันอีกครั้ง แน่นอนว่าหนังก็ยังคงได้ผู้กำกับคนเดิม ก้องเกียรติ โขมศิริ มาสร้างความสนุกให้แฟนๆ ได้ชมกันอีกครั้ง พร้อมด้วยนักแสดงนำอย่าง อนันดา เอเวอร์ริงแฮม ในบทขุนพันธ์, เป้ อารักษ์ ในบทเสือใบ, ผู้พันเบิร์ด ในบทเสือฝ้าย และสองสาว ก้อย รัชวิน, แม็กกี้ อาภา ที่จะมีบทบาทสำคัญในเรื่องกับอีกหนึ่งหนุ่ม วุฒิ นันทวุฒิ ตัวร้ายคนใหม่ของจักรวาลขุนพันธ์

ขุนพันธ์ 2 ว่าด้วยเรื่องราวการกลับมาของ ขุนพันธรักษ์ราชเดช นายตำรวจมือปราบจอมขมังเวทย์หนึ่งเดียว ที่พร้อมประชันหน้ากำราบที่สุดแห่งเสือภาคกลางที่โด่งดังในประวัติศาสตร์แฟ้มอาชญากรรมไทย ด้วยอาวุธ ด้วยอาคมแกร่งกล้า และด้วยความดี

หลังสร้างความมันส์ให้แฟนหนังอย่างจุใจในภาคแรกแล้ว ไม่นานเกินรอก็มีภาคต่อมาให้ชมกันแบบไม่ขาดตอนเลยทีเดียว สำหรับ ขุนพันธ์ 2 ที่ครั้งนี้ผู้กำกับ ก้องเกียรติ โขมศิริ ก็ยังคงใช้นักแสดงหลักชุดเดิมเพิ่มเติมคือตัวร้ายตัวใหม่ที่จะมาสร้างสีสันให้กับหนังมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น เสือฝ้าย หัวหน้าชุมเสือภาคกลาง และ อัศวิน ตำรวจหนุ่มไฟแรง ได้ว่าจัดเต็มชุดใหญ่กันเลยทีเดียว

บอกตามตรงว่าดูหน้าหนังขุนพันธ์ในภาคนี้นั้นดูดีกว่าภาคที่แล้วมาก ด้วยโปรดักชั่นงานสร้างที่ยิ่งใหญ่อลังการงานสร้าง ระเบิดภูเขาเผากระท่อมมาเต็ม งานภาพก็ดูดีแถมงานซีจีสเปเชียลเอกเอฟเฟกต์ก็ยังพัฒนาขึ้นมาก ในส่วนของบทก็ถือว่าทำออกมาค่อนข้างดีทีเดียว แม้บางช่วงอาจจะไม่ประติดประต่อแถมยังมีความตื้นเขิน แต่ด้วยงานแอคชั่นที่ทำออกมาได้มันส์สะใจ ประกอบกับวิชาอาคมต่างๆ ที่ตัวละครงัดออกมาสู้กันจึงพอกลบเรื่องของบทไปได้

ในส่วนของการแสดงของภาคนี้ หนุ่มอนันดา ก็ยังคงมาวินถ่ายทอดความเป็นนายตำรวจผู้ซื่อสัตย์ออกมาได้อย่างชัดเจน ผู้พันเบิร์ด ในบทเสือฝ้าย ก็ดูน่าเกรงขามสมกับเป็นหัวหน้าโจร แต่ดูเหมือนยังสลัดคราบคนดีจาก ตำนานสมเด็จพระนเรศวร ออกไม่ได้ ทำให้ยังไม่ค่อยเชื่อว่าเป็นตัวร้าย

และไม่พูดถึงก็คงไม่ได้สำหรับบทบาทของ หนุ่มเป้ อารักษ์ ที่ดูเหมือนจะมีมิติมากที่สุด ด้วยการแสดงที่มีหลากหลายอารมณ์ ทำให้เราได้เห็นศักยภาพของเขาที่ไม่ธรรมดา ด้วยความที่มีตัวละครสำคัญมากมาย จึงมีการเกลี่ยความสำคัญของตัวละครตัวอื่นๆ อย่างละเล็กละน้อย และดับฝันการเป็นตัวร้ายในภาคต่อของตัวละคร อัศวิน (รับบทโดย วุฒิ นันทวุฒิ) ที่มีทีท่าว่าจะไปต่อในภาคหน้าได้

แน่นอนว่านอกจากจะมีดีเรื่องงานแอคชั่นแล้ว หนังยังสะท้อนมุมมองทางสังคมและการเมืองออกมาได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการทุจริตคอรัปชั่น การใช้อำนาจไปในทางที่ผิดของนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ แถมยังมีการถ่ายทอดบทบาทของผู้มีอำนาจในบ้านเมืองเราออกมาได้อย่างคล้ายคลึงกันมาก

ขณะเดียวกันหนังก็ยังทำให้เราฉุกคิดเกี่ยวกับการทำหน้าที่ของตัวเองว่าแบบไหนที่ควรจะทำและทำแล้วมันถูกต้อง นี่จึงเป็นอีกหนึ่งหนังซูเปอร์ฮีโร่สัญชาติไทยที่มีดีและสนุกมากกว่าที่คิด หากได้รับการพัฒนามากขึ้นไปเรื่อยๆ สามารถทัดเทียมหนังซูเปอร์ฮีโร่ของต่างชาติได้เลย

รีวิว The Pool นรก 6 เมตร

สิ้นสุดการรอคอยแล้วสำหรับหนังไทยเรื่องล่าสุดที่ผู้คนพูดถึงมากที่สุดในเวลานี้ The Pool นรก 6 เมตร การกลับมารับงานแสดงหนังอีกครั้งของ เคน ธีรเดช การรับเล่นหนังเป็นครั้งแรกของสาว เกรซ รัชย์ณมนทร์ และการกลับมาทำหน้าที่กำกับหนังอีกครั้งของผู้กำกับ พิง ลำพระเพลิง กับพล็อตเรื่องที่เล่นในสถานที่จำกัด แม้จะดูเหมือนง่ายไม่มีอะไรซับซ้อน แต่ความท้าทายของหนังคือบทต้องดี อารมณ์ต้องได้ เนื้อเรื่องต้องเอาอยู่ The Pool นรก 6 เมตร จะสอบผ่านได้หรือไม่ เข้าไปติดอยู่ในสระน้ำเป็นเพื่อนพี่เคนพร้อมกันได้เลย

The Pool นรก 6 เมตร ว่าด้วยเรื่องราวของ เดย์ ที่เผลอนอนหลับอยู่บนแพยางบนสระว่ายน้ำ หลังจากที่ทำงานมาอย่างเหนื่อยล้า ทว่าเพื่อนของเขาได้เปิดระบบปล่อยน้ำในสระออก เมื่อเดย์ตื่นมาเขาจึงอยู่ในสระว่ายน้ำที่ระดับน้ำลดต่ำลงมาก และไม่สามารถปีนออกไปได้ ก้อย แฟนสาวมาหาเดย์แบบเซอร์ไพรส์ด้วยการกระโดดลงมา แต่พลาดท่าศีรษะฟาดกับที่กระโดดจนตกลงสระมาได้รับบาดเจ็บ หลังจากที่น้ำในสระหายไป ทั้งคู่จึงต้องทำทุกวิถีทางในการเอาตัวรอดจากสระว่ายน้ำไปให้ได้ใน ขณะที่สัตว์ร้ายอย่างจระเข้ก็พร้อมจะสร้างสถานการณ์ให้เลวร้ายมากยิ่งขึ้น

แม้ว่าไม่ได้แสดงหนังมา 9 ปีแล้ว แต่พระหนุ่มตลอดกาล เคน ธีรเดช ก็กลับมาทำหน้าที่เป็นผู้แบกหนังทั้งเรื่องในฐานะพระเอกอีกครั้ง ความยาวของหนังราวหนึ่งชั่วโมงครึ่งนั้น แทบจะไม่มีซีนไหนเลยที่คนดูจะไม่เห็นผู้ชายคนนี้ ภายในสระอันเวิ้งว้างและแห้งแล้ง ถูกเติมเต็มด้วยเสน่ห์ ความสามารถทางการแสดง และการส่งอารมณ์ให้คนดูตลอดเวลา ยังดีที่ได้สาว เกรซ รัชย์ณมนทร์ มาช่วยเบรกสายตาของหนุ่ม ๆ ให้ได้เห็นความน่ารักชื่นตาชื่นใจได้บ้าง บอกได้เลยว่าแฟนคลับ เคน ธีรเดช ตัวจริง ไม่ควรพลาดชมในโรงหนังเป็นอย่างยิ่ง

ก็เป็นจริงดังว่าหาใช่การโฆษณาเกินจริงไม่ เคมีระหว่าง เคน ธีรเดช และ เกรซ รัชย์ณมนทร์ ส่งให้กันนั้นถือว่าสอบผ่านตามที่ผู้กำกับ พิง ลำพระเพลิง บอกไว้จริง ๆ ยิ่งสาวเกรซถ่ายทอดอารมณ์ออกมาได้ดีเท่าไรก็ยิ่งทำให้คนดูเชื่อในสิ่งที่เธอกำลังแสดงได้ง่ายกว่านักแสดงหนังคนอื่น ๆ เพราะด้วยความสดใหม่ของสาวเกรซที่คอหนังไม่เคยได้เห็นผลงานมาก่อนก็ทำให้คอหนังพร้อมจะคล้อยตามไปกับเธอได้เป็นอย่างดี

ในส่วนของจระเข้นั้นก็ถือว่าทำออกมาได้น่าประทับใจ อย่างที่รู้กันมาก่อนหน้านี้แล้วว่าในหนังจะใช้จระเข้ตัวจริง จระเข้ปลอม รวมถึงการใช้จระเข้ที่สร้างขึ้นจากคอมพิวเตอร์กราฟิก ความเนียนของจระเข้ที่เห็นในหนังนั้นเกินกว่าที่คาดไปมาก จระเข้เนียนมาก เรียกได้ว่าเทคนิคพิเศษของวงการหนังบ้านเราใกล้เคียงระดับโลกมากขึ้นไปทุกทีแล้ว แม้ว่าจะมีบางจุดที่พอจะสังเกตเห็นได้ว่าเป็นคอมพิวเตอร์กราฟิก แต่ด้วยความตื่นเต้นและความระทึกของหนังก็ไม่ทำให้อารมณ์สะดุดแต่อย่างใด

แม้ว่าหน้าหนังจะพูดถึงอุปสรรคชิ้นใหญ่ให้คนดูรู้ล่วงหน้าไปแล้ว อย่างการลงไปอยู่ในสระน้ำที่ไม่มีน้ำและสูงถึง 6 เมตร ที่ไม่มีบันได สภาพแวดล้อมทั้งฝนทั้งแดด ไร้ซึ่งเสบียงอาหาร สภาพจิตใจที่ย่ำแย่มากขึ้นเรื่อย ๆ ท่อน้ำ และจระเข้ ทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมานี้ไม่ได้ลดทอนความลุ้นระทึกของหนังลงไปได้เลย

พิง ลำพระเพลิง เสมือนผู้เล่นเกมซิมส์ได้เนรมิตสรรค์สร้างความลำบากยากเข็ญและอภิมหาความโชคร้ายทั้งมวลที่จะเกิดขึ้นได้ให้กับหนังตลอดเวลา และพยายามคิดไปพร้อมกับตัวละครที่เสมือนหนึ่งเป็นชาวซิมส์ว่าจะแก้ปัญหาฟันฝ่าความยากลำบากตรงหน้าอย่างไร

หากใครโดนสปอยล์ตอนจบของหนังไปแล้วก็อย่าเพิ่งวิตกกังวลว่าจะดูหนังสนุกหรือไม่สนุก เพราะการรู้ตอนจบไปมันเทียบไม่ได้เลยกับสิ่งที่หนังพยายามเล่าเรื่องระหว่างทางผ่านสองตัวละครที่พยายามดิ้นรนอย่างสุดชีวิต สะท้อนออกมาเป็นแง่คิดต่าง ๆ ให้ผู้ชมแต่ละคนที่ผ่านประสบการณ์ชีวิตที่ไม่เท่าเทียมกันได้ตกผลึก และกลายเป็นบทเรียนสำคัญให้กับตัวเองได้

กล่าวโดยสรุปแล้วหนัง The Pool นรก 6 เมตร คงเป็นมาสเตอร์พีซผลงานชิ้นโบแดงขึ้นหิ้งอีกหนึ่งชิ้นของผู้กำกับ พิง ลำพระเพลิง ที่ทำผลงานได้สมกับความตั้งใจที่อยากจะทำมานานหลายปี และเมื่อเขาได้โอกาสที่จะรังสรรค์เรื่องราวในจินตนาการของตัวเองลงบนแผ่นฟิล์มภายใต้ชายคาค่าย T Moment แล้ว

พิง ลำพระเพลิง ไม่ลังเลที่จะจัดเต็มใส่ความเป็นตัวของตัวเองลงไปในฉากแต่ละฉากอย่างสุดความสามารถสมกับที่เขารอคอยมานาน ไม่รู้ว่าหลังจากที่หนังเข้าฉายจะถูกใจผู้ชมมากน้อยแค่ไหน แต่โดยส่วนตัวแล้ว The Pool นรก 6 เมตร เชื่อมั่นว่าน่าจะเป็นหนังไทยที่คนส่วนใหญ่แนะนำผ่านปากต่อปากมากที่สุดเรื่องหนึ่งของปีนี้เลย

รีวิว Gravity Of Love รักแท้…แพ้แรงดึงดูด

เรียกว่าเป็นภาพยนตร์รักโรแมนติกที่เข้าฉายปลายปีต้อนรับลมหนาวเลยทีเดียว สำหรับ Gravity Of Love รักแท้…แพ้แรงดึงดูด ผลงานการกำกับของ ซ้ง ธรธร สิริพันธ์วราภรณ์ และ เจ๋ง ถิรกร ปิยธรรมชัย จากค่ายหนังน้องใหม่ ณวลาร์ท นิมิต ของ เป๊ป ณพสิทธิ์ เที่ยงธรรม ที่ผันมาเป็นผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ครั้งแรก หลังจากคร่ำหวอดอยู่ในวงการโทรทัศน์ไทยมานาน โดยหนังยังได้ 3 นักแสดง เต้ย จรินทร์พร, บอย ปกรณ์ และ หลุยส์ สก๊อต มาถ่ายทอดเรื่องราวความรักในครั้งนี้

Gravity Of Love รักแท้…แพ้แรงดึงดูด ว่าด้วยเรื่องราวของ ฟ้า ผู้หญิงที่เคยผิดหวังกับความรักและคำว่า พรหมลิขิต กำลังตามแก้เผ็ดเหล่าแฟนเก่าที่ทำให้เธอต้องผิดหวัง แต่นั่นกลับทำให้เธอเผลอรั่วและได้พบกับ เซน ชายหนุ่มสุดเพอร์เฟกต์ ที่เหมือนกับโชคชะตาดึงดูดให้ทั้งสองคนมาพบกัน เมื่อเวลาผ่านไปฟ้าวางแผนกับเพื่อนๆ ว่าจะไปเที่ยวเซนได ประเทศญี่ปุ่น โดยมี เต้ นักบินสุดหล่อเพื่อนสนิทที่แอบชอบและคอยดูแลฟ้ามาตลอด ตั้งใจว่าจะใช้เวลาพิชิตใจฟ้าให้ได้ในทริปนี้ ท่ามกลางแรงเชียร์ของเพื่อนๆ ที่อยากให้ทั้งคู่ลงเอยกัน

เมื่อแรงดึงดูดของโชคชะตา ทำให้ฟ้าและเซนได้มาเจอกันอีกครั้ง ฟ้าจะตัดสินใจยังไงเมื่อเกิดสงครามเดิมพันระหว่าง คนที่ทุ่มเทเพื่อเธอมาตลอดกับคนที่เหมือนเป็นแรงดึงดูดจากโชคชะตา คำถามจึงเกิดขึ้นในใจฟ้าว่าถ้าจะมีรักแท้เราต้องยอมแพ้หรือเอาชนะโชคชะตา สุดท้ายแล้วผู้หญิงที่ดูเหมือนจะสวยเลือกได้อย่างฟ้าจะเลือกใคร หรือจะขอครองความเป็นโสดต่อไป

นับว่า Gravity Of Love รักแท้…แพ้แรงดึงดูด เป็นภาพยนตร์รักโรแมนติกเพียงเรื่องเดียวที่เข้าฉายในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งการได้นักแสดงมากฝีมือที่การันตีรางวัลมาหลายเวทีอย่าง เต้ย จรินทร์พร มาแสดงนำก็สร้างความอยากขึ้นมาได้มากโข ประกอบกับการได้เห็นสองหนุ่ม บอย ปกรณ์ และ หลุยส์ สก๊อต มาร่วมแสดงก็ยิ่งทำให้น่าสนใจมากขึ้นไปอีก แต่ก็ต้องบอกกันตามตรงว่าเมื่อได้ดูหนังแล้วมันไม่ได้ออกมาสนุกอย่างที่คิดไว้เลย

เริ่มกันตั้งแต่พล็อตเรื่องที่ก็ไม่ได้มีความแปลกใหม่อะไรมากนัก ทั้งในเรื่องของรักสามเส้าเราสามคนที่มีให้เห็นกันในหนังรักหลายๆ เรื่อง โดยเฉพาะคำว่าพรหมลิขิตหรือความพยายามที่ใช้กันจนเกร่อ ทำให้ไม่สามารถมีอารมณ์ร่วมไปกับเรื่องราวต่างๆ ได้ รวมไปถึงการใช้ฉากหลังที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ โดยในเรื่องนี้ใช้เมืองเซนได ประเทศญี่ปุ่น เป็นโลเคชั่นหลัก แม้จะปฏิเสธไม่ได้ว่าบรรกาศต่างๆ ล้วนสวยงามตามท้องเรื่อง แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้หนังสนุกขึ้นเลย

เป็นเรื่องน่าเสียดายที่เอานักแสดงมากฝีมืออย่าง เต้ย จรินทร์พร มาขาย ซึ่งบทบาทของเธอนั้นก็ถือเป็นตัวแบกรับทุกอย่างไว้ทั้งเรื่อง แม้จะมีหลายๆ ฉาก หลายๆ ตอนที่ทำให้เราเพลิดเพลินได้ไม่น้อย แต่ก็ต้องยอมรับว่าโดยภาพรวมของหนังยังคงมีความเป็นละครหลังข่าวสูงมาก ด้วยการดำเนินเรื่องรวดเร็ว ตัดกระชับเสียจนเราไม่ทันได้ดื่มด่ำกับความโรแมนติก ประกอบกับการใช้นักแสดงที่มากเกินความจำเป็น เข้าใจว่าผู้สร้างต้องการให้มีความรักหลายๆ รูปแบบ แต่พอทำออกมาแล้วมันจึงทำให้ดูเยอะจนน่ารำคาญ

หากพูดกันตามตรงเมื่อได้ดูหนังจนจบจะพบว่าเรื่องราวใน Gravity Of Love ช่างมีความคล้ายคลึงซีรีส์เกาหลีในยุคแรกเริ่มที่มีความน้ำเน่าสุดๆ เรียกว่าเดาได้ตั้งแต่แรกแล้วว่าเรื่องราวจะจบลงยังไง เอาเป็นว่าหากใครอยากลองพิสูจน์ก็คงไม่เสียหายอะไร เชื่อว่าผู้ชมน่าจะได้มุมมองที่ต่างกันออกไปไม่เหมือนกันแน่นอน

รีวิว ขุนบันลือ

เข้าฉายส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ในโรงภาพยนตร์ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับ ขุนบันลือ ผลงานการกำกับเรื่องล่าสุดของ หม่ำ เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา หลังจากห่างหายไปนานกว่า 4 ปี นับจาก ทาสรักอสูร (2014) งานนี้ก็เป็นที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่งว่าเรื่องนี้จะสามารถทำรายได้เทียบเท่าผลงานของลูกสาว เอ็ม บุษราคัม จาก ส่มภัคเสี่ยน (2017) ในแนวตลกที่กวาดรายได้ทั่วประเทศทะลุ 100 ล้านบาทได้หรือไม่

ขุนบันลือ ว่าด้วยเรื่องราวที่เกิดขึ้นในสมัย รศ.๑๒๓ (พ.ศ. ๒๔๔๗) เมื่อ ขุนบันลือ ได้รับมอบหมายให้ไปราชการที่เมืองเชียงราย แต่ขุนบันลือเองกลับกังวลใจ เพราะถูก มด ทาสหญิงที่ขุนบันลือแอบมีความสัมพันธ์ด้วยจับได้ว่าท่านขุนเคยมีซัมติงกับซัมวันที่เมืองเชียงรายมาก่อน รวมถึงความชุลมุนวุ่นรัก เมื่อเพื่อนรักของท่านขุนพาลูกสาวลูกชายมาฝากให้ช่วยดูแลระหว่างที่ไปราชการต่างประเทศ และทั้งคู่กลับมีเรื่องชอบพอกับบรรดาทาสในเรือนท่านขุนซะอีก เรื่องราวความรักระหว่างชนชั้นจึงเริ่มขึ้นอีกครั้ง

เรียกว่าการกลับมากำกับและพ่วงตำแหน่งนักแสดงนำของ หม่ำ เพ็ชรทาย ครั้งนี้เรื่องราวของหนังก็ยังคงเป็นความตลกโปกฮาที่เป็นจุดขายของเจ้าตัวเหมือนเดิม คราวนี้ได้หยิบเอาเรื่องส่วนตัวเกี่ยวกับการนอกใจภรรยาไปมีเมียน้อยเชียงรายที่แก๊งตลกสามช่าอำกันจนหลายคิดว่าเป็นเรื่องจริงมาปรับเป็นบทภาพยนตร์หวังให้แฟนๆ ได้ฮากัน พร้อมด้วยการพาบรรดาคนในครอบครัวทั้งภรรยา ลูกชาย และน้องชายมาร่วมแสดง ซึ่งเอาเข้าจริงแล้วก็ไม่ได้สร้างความสนุกเฮฮากันท้องคัดท้องแข็งได้มากอย่างที่คาดหวังไว้

ด้วยมุกตลกที่ปรากฏอยู่ในหนังนั้นไม่ได้มีความแปลกใหม่เลย ส่วนใหญ่แล้วเรามักจะเห็นมุกเหล่านี้ในโชว์ตามรายการต่างๆ หรือภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ ของ หม่ำ เพ็ชรทาย จังหวะในการตบส่งมุกรวมก็ดูธรรมดาสร้างเสียงฮาได้เพียงน้อยนิดพอได้ขำในลำคอ ในส่วนของพล็อตเรื่องที่ดูเหมือนจะน้ำเน่าอารมณ์คล้ายละครย้อนยุคสมัยก่อน แม้จะมีการแทรกเรื่องราวทางประวัติศาสตร์มาเป็นช่วงๆ ก็ไม่ได้ทำให้หนังน่าสนใจมากขึ้น ดูๆ ไปก็แอบเบื่อเล็กน้อย และเชื่อว่าหลายคนน่าจะเดากันออกและมันก็ไม่สร้างเสน่ห์อย่างที่ควรจะเป็นเลย

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการตั้งความหวังเพื่อที่จะไปสนุกเฮฮากับ ขุนบันลือ นั้นช่างเป็นเรื่องที่ยากลำบากพอสมควร เหตุผลก็ดังที่กล่าวมาข้างต้นว่าหนังค่อนข้างจะซ้ำซาก แต่ถ้าไม่ได้คิดอะไรมากหวังดูเอาแค่เพลินๆ ก็ไม่ได้เสียหายอะไร เพราะบางครั้งบางเรื่องราวก็อาจจะทำให้คนเราหัวเราะได้ไม่เหมือนกัน เช่นเดียวกับภาพยนตร์เรื่องนี้

รีวิว ออนซอนเด หนังรอมคอมฉบับไทบ้านที่หวังเอาใจคนอีสาน

ถือเป็นหนังไทยเรื่องแรกที่เข้าฉายในเดือนพฤษภาคมต้อนรับวันแรงงาน สำหรับ ออนซอนเด ผลงานการกำกับล่าสุดของ ธีรเดช สพันอยู่ ที่นักร้องร้อยล้านวิว เบิ้ล ปทุมราช ขอพ่วงตำแหน่งนักแสดงนำและผู้อำนวยการสร้างด้วยตัวเอง พร้อมกันนี้ยังได้พี่น้องนักร้องเลือดอีสานมาร่วมสร้างเสียงหัวเราะให้กับแฟนๆ มากมาย อาทิ ก้อง ห้วยไร่, แซ็ค ชุมแพ, ธัญญ่า อาร์สยาม และยังได้ แน็ก ชาลี โดดมาสมทบอีกด้วย

ออนซอนเด ว่าด้วยเรื่องราวของ ต่ง, รวย, อ๊อดแอ๊ด สามหนุ่มอีสานบ้านทุ่งวัยแตกพันธุ์ที่กำลังมองหาแม่พันธุ์ทีดีสำหรับชีวิตคู่ ต่งนั้นต้องการแม่พันธุ์ที่เพรียบพร้อมเลิศเลอเพอร์เฟกต์ จึงมองข้าม ดอกหญ้า สาวไทบ้านเดียวกันที่มอบหัวใจให้ต่งไปทั้งดวง แต่พอมี ยุทธ หนุ่มเมืองกรุงมาดเซอร์ นักอนุรักษ์ท้องถิ่นเข้ามาชอบดอกหญ้า ทำให้ต่งเริ่มไม่พอใจ ส่วนรวยก็ต้องการ มะลิ มาเป็นคู่ชีวิตที่จะดูแลกันและกันตลอดไปแต่กำแพงเงินตราที่ต่างชั้นเป็นขวางหนามกั้นกลาง

ดูเหมือนว่าจากกระแสหนังอีสานที่กำลังมาแรงและทำเงินได้ดีในสองสามปีหลังๆ มานี้ส่งผลให้หลายค่ายทยอยผลิตผลงานแนวนี้ออกสู่ตลาดมากขึ้น โดยเฉพาะค่าย เอ็ม พิคเจอร์ส ที่ดูเหมือนว่าจะมาเอาดีสนับสนุนหนังไทยมากกว่าเดิม แต่ก็ไม่รู้ว่า ออนซอนเด จะทำรายได้มากอย่างที่คาดหวังไว้หรือไม่ เพราะจากตัวอย่างหนังที่ปล่อยออกมาก็คล้ายกับว่าไม่ค่อยมีมุกให้เล่นมากนัก ออกจะซ้ำซากและจำเจไปไม่น้อย แต่จะว่าไปอาจจะเป็นม้ามืดทำรายได้หลายสิบล้านก็เป็นได้

ต้องบอกกันตามตรงว่าด้วยเรื่องราวของ ออนซอนเด นั้นไม่ได้มีความแตกต่างหรือแหวกแนวไปจากหนังอีสานเรื่องอื่นๆ ที่พยายามนำเสนอความเป็นไทบ้านออกมาให้แฟนๆ ได้ชม ทั้งเรื่องราวการใช้ชีวิต การปรับตัวให้เข้ายุคสมัย จนไปถึงเรื่องราวความรักสามเศร้า รักต่างชนชั้น ที่ใช้เทคนิคการเล่าเรื่องที่ธรรมดาจนไม่ค่อยน่าสนใจ บางจุดก็ยืดเยื้อไปมาก บวกกับการแสดงของหลายๆ ตัวละครที่แข็งทื่อ ทั้งยังต้องพบกับบทบาทเดิมๆ ของนักแสดงนำ หนังจึงไม่ได้สร้างความประทับใจเท่าที่ควร

แต่ก็ใช่ว่าหนังจะไม่สนุกเลย เพราะก็มีหลายๆ ฉาก หลายๆ ตอนที่สร้างเสียงหัวเราะและรอยยิ้มให้ผู้ชมได้เหมือนกัน ที่สำคัญหนังสร้างเรื่องราวความโรแมนติกคอมเมดี้หวังตีตลาดคนอีสานโดยเฉพาะ โดยเฉพาะความตลกกับการสนทนาแบบอีสาน หากเป็นคนภาคอื่นอาจจะต้องใช้เวลาในการเข้าใจการรับส่งมุกตลกเหมือนกัน อย่างไรก็ตามด้วยภาษาของหนังก็คงไม่ยากเกินกว่าจะเข้า

รีวิว รัก 2 ปี ยินดีคืนเงิน หนังโรแมนติกคอมเมดี้มีครบทุกรสชาติ

ถือว่าเป็นภาพยนตร์โรแมนติกคอมเมดี้เรื่องล่าสุดของไทยที่เพิ่งเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ สำหรับ รัก 2 ปี ยินดีคืนเงิน จากผลงานการกำกับภาพยนตร์แบบเต็มตัวเรื่องที่สองของ โจ้ วิรัตน์ เฮงคงดี ซึ่งเคยฝากเรื่องราวความสนุกสะท้อนชีวิตจริงในโลกการทำงานของมนุษย์เงินเดือนเมื่อ 7 ปีที่แล้ว ใน ยอดมนุษยเงินเดือน (2012) ล่าสุดนี้เขาก็ยังนำเอาเรื่องราวส่วนหนึ่งจากการทำงานมาถ่ายทอดบนจอเงินอีกครั้ง เพียงแต่อาจจะไม่เข้มข้นเท่ากับเรื่องแรก ซึ่งในเรื่องนี้ได้นำเสนอความรักเป็นแกนหลัก

รัก 2 ปี ยินดีคืนเงิน ว่าด้วยเรื่องราวของการต่อสู้กันระหว่างคนที่เชื่อในความรัก และคนที่ไม่เชื่อในความรัก แทน เป็นคนที่ไม่เชื่อในความรัก เนื่องจากมีประสบการณ์จากการถูกแฟนสาวของเขาทอดทิ้งอย่างเจ็บปวด ทำให้เขาต้องต่อสู้กับ จี๊ด ผู้ที่ตลอดเวลายังเชื่อ และศรัทธา ว่ารักแท้นั้นมีอยู่จริง แทนจึงได้ออกแบบกรมธรรม์ขึ้นมากรมธรรม์หนึ่ง โดยมีเงื่อนไขว่าถ้าคู่รักที่มาซื้อกรมธรรม์นี้ ภายใน 2 ปีไม่เลิกกัน รับเงินประกันคืนไปเลยร้อยเปอร์เซ็นต์ พร้อมดอกเบี้ยอีกสามสิบเปอร์เซ็นต์ทันที

แน่นอนว่าดูจากหน้าหนังแล้วคงไม่ยากที่จะเดาเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่าจะเป็นไปในทิศทางไหน เพราะหนังก็ยังคงไม่ได้ฉีกแนวไปจากความโรแมนติกคอมเมดี้เหมือนเรื่องอื่นๆ เพียงแต่ได้มีการนำเสนอเรื่องกรมธรรม์ประกันความรักขึ้นมาเป็นกิมมิกให้น่าสนใจ ซึ่งถือทำออกมาได้ค่อนข้างดีแม้ว่ามันอาจจะไม่ได้อยู่ในหลักความจริงที่จะเป็นไปได้เลยก็ตาม แต่ก็ต้องยอมรับว่าเงื่อนไขของประกันนี้มีส่วนทำให้หนังน่าสนใจไม่น้อย เพราะท้ายที่สุดแล้วก็ทำให้อยากรู้ต่อไปว่ามันจะไปสิ้นสุดที่ตรงไหน

ในส่วนของความโรแมนติกคอมเมดี้นั้นก็ถือว่าสอบผ่าน หลายๆ ฉาก หลายๆ ตอนทำออกมาถูกจังหวะฮามาก แถมยังมีการพยายามไทอินรายการต่างๆ ของผู้กำกับเข้ามาให้มีสีสัน ซึ่งก็ถือทำออกมาได้ไม่น่าเกลียดแต่ก็ไม่ค่อยเข้ากันอย่างที่คิด เช่น รายการแร็ปเปอร์ที่พยายามเชื่อมโยงให้เข้ากับคาแรคเตอร์ของนางเอก นอกจากนั้นต้องขอชื่นชมในส่วนของนักแสดงตัวประกอบที่นำเอาคาแรคเตอร์ของแต่ละคนเข้ามาแบบพอเหมาะพอดี ไม่มากไม่น้อย ไมแย่งซีนจนเกินไป

นอกเหนือไปจากเรื่องราวความสนุกสนานจากการเอาชนะกันแบบพ่อแง่แม่งอนของพระ-นางที่มีกลิ่นไอความเป็นเกาหลีมากๆ แล้ว (แน่นอนว่าหนังสร้างค่ายเกาหลี) ในส่วนของนักแสดงอย่าง ปั้นจั่น ปรมะ และ เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา ก็ดูเหมือนว่ามีเคมีเข้ากันดีมาก พระเอกก็ถ่ายทอดความเป็นผู้ชายเนิร์ดๆ ออกมาได้ดี ส่วนฝ่ายนางเอกก็น่ารักสดใสดูแล้วชุ่มชื่นหัวใจไม่น้อย

โดยรวมแล้วพูดได้อย่างเต็มปากเลยว่าหนังสนุกมีครบทุกรส ทั้งฮา เศร้า และซึ้ง ส่วนฉากเลิฟซีนก็มีมาบ้างประปราย แต่ก็อาจจะมีหลายๆ ส่วนที่มันยังดูขัดๆ ไม่สมจริงอยู่ แต่ก็พอเข้าใจได้ว่าต้องการสร้างอรรถรสจากความเป็นภาพยนตร์ให้ดูแล้วสนุก เชื่อว่าหากไม่ได้คิดอะไรมากหรือจริงจังไปกับความไม่สมเหตุสมผลในหลายๆ จุดก็คงทำให้ดูหนังไม่สนุก เอาเป็นว่าใครอยากลองตีตั๋วเข้าไปชมก็ไม่เสียหายอะไร เพราะคุณภาพงานสร้างก็ไม่เสียชื่อเกาหลีอยู่แล้ว