รีวิว กุมารทอง ราคะ – เฮี้ยน


หมวดหมู่ : สยองขวัญ / ระทึกขวัญ

ผู้กำกับ : เล บิ่ง ยาง (Le Binh Giang)

นักแสดง : กวาง ต๋วน (Quang Tuan), หว่าง เอี๊ยน จีบี (Hoang Yen Chibi ), ดิง อี ยอูง (Dinh Y Nhung), แทง ตู๋ (Thanh Tu), แทง หมี (Thanh My) ลา แทง (La Thanh)

กุมารทอง ราคะ-เฮี้ยน หนังเวียดนามสร้างจากเรื่องจริง สยองขนหัวลุกไปกับตัวอย่างแรกพร้อมใบปิดไทย
จากเรื่องจริงของฆาตกรต่อเนื่องคนแรกของเวียดนาม สู่เรื่องราวบนจอภาพยนตร์ใน กุมารทอง ราคะ-เฮี้ยน (Kumanthong) ที่เมื่อเข้าฉายหนังเรื่องนี้ทำเงินเปิดตัวสูงสุดในประวัติศาสตร์หนังเวียดนาม

เรื่องย่อ เรื่องราวของ ซอย (หว่าง เอี๊ยน จีบี) สาวใบ้หูหนวก ที่ใช้ชีวิตอย่างสงบในหมู่บ้านใจกลางดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง จนกระทั่งวันหนึ่งมีชายแปลกหน้าชื่อว่า ลลิว ฮวน (กวาง ต๋วน) มาเยือน เขาอ้างว่าตนคือ หมอผีผู้มีวิชาไสยศาสตร์กล้าแกร่ง และได้รับความเชื่อถือจากคนในหมู่บ้านทันทีที่สามารถรักษาชาวบ้านคนหนึ่งให้หายขาดจากอาการประหลาดได้อย่างปาฏิหาริย์ ฮวน ได้พบและตกหลุมรัก ซอย แต่แทนที่จะใช้วิธีเอาชนะใจแบบคนทั่วไป เขากลับเลือกทำเสน่ห์ใส่สาวอันเป็นที่รัก ถึงแม้เขาจะได้ทั้งตัวและหัวใจของเธอมาครอบครองจนได้แต่งงานกันในที่สุด แต่แล้วชีวิตคู่อันสวยงามกลับเปลี่ยนเป็นฝันร้าย เมื่อ ซอย พบว่า สามีของเธอมีอดีตอันมืดหม่นซ่อนอยู่ และเป้าหมายที่แท้จริงของเขานั้น ต้องแลกกับการสละชีวิตของชาวบ้าน พร้อมกับต้องทำพิธีปลุกวิญญาณอีกนับครั้งไม่ถ้วน

ไม่ใช่เรื่องแปลกที่เราอาจนึกภาพไม่ออกว่าพอพูดถึงหนังเวียดนามแล้วจะนึกถึงอะไร หน้าหนังเป็นอย่างไร เพราะเอาจริง ๆ ส่วนตัวของผมรู้สึกว่าหน้าหนังเองไม่ได้ดึงดูดขนาดนั้น อาจจะเพราะว่ามันดูเป็นหนังเกี่ยวกับไสยศาสตร์ที่หนังไทยเองก็มักจะหยิบเอามาเล่าอยู่เนือง ๆ จนซ้ำทางไปหมดแล้ว ยิ่งพอผมได้ยินชื่อนี้เป็นครั้งแรก ก็ยิ่งเกิดความรู้สึกจี๊ด ๆ พูดกันตรง ๆ คือ ผมไม่รู้ว่าจะรู้สึกยังไงกับชื่อหนัง “กุมารทอง ราคะ – เฮี้ยน” ดี มันทั้งแปลก ๆ และก็รู้สึกแปร่ง ๆ ไปด้วย เรียกว่าค่อนข้างหลุดจากทฤษฎีการตั้งชื่อภาพยนตร์ที่เรามักคุ้น ๆ กันพอสมควร พอยิ่งมาผนวกกับเรื่องกุมารทอง ที่สามารถตีความได้ว่าน่าจะเป็นหนังที่หยิบเอาความเชื่อทางไสยศาสตร์ของคนมาเล่นด้วย ก็ยิ่งทำให้รู้สึกว่าไกลตัวเข้าไปใหญ่ แต่สิ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้น่าสนใจยิ่งขึ้นก็คือ

หนึ่ง แม้ว่าจะพะยี่ห้อกุมารทอง แต่มันก็ไม่ใช่หนังไทย เพราะเป็นหนังสัญชาติเวียดนามที่ได้เค้าโครงเรื่องจากคดีฆาตกรรมต่อเนื่องในช่วงปี 1997 – 2002 ของคนทรงเจ้าที่แอบอ้างว่าสามารถรักษาอาการเจ็บป่วยของผู้คนได้ แต่เบื้องหลังเขาคือผู้ชำนาญด้านวิชาการทำกุมารทองที่ได้จากการฆ่าข่มขืนผู้หญิง ก่อนจะตัดหัวเหยื่อแล้วใช้หม้อตุ๋นแล้วฝังศพไว้ที่หลังบ้าน จนกระทั่งภรรยาของเขาที่ใช้ชีวิตด้วยกันแบบเงียบ ๆ เป็นผู้เปิดเผยว่าสามีของเธอเป็นฆาตกร เขาจึงถูกจับกุมตัว ภายหลังตำรวจได้พบศพผู้หญิงไร้ศีรษะ 3 รายที่ฝังไว้ที่บ้านของเขาเอง

สอง คือหนังเรื่องนี้จัดจำหน่ายโดย Warner Bros. Thailand และ สาม คือกุมารทองตามความหมายของเวียดนามที่อยู่ในหนังนั้นไม่เหมือนกับกุมารทองตามความคิดของคนไทย

ที่ผมบอกว่ากุมารทองไทยไม่เหมือนกับเวียดนาม คือผมเชื่อว่าร้อยทั้งร้อยของคนไทยเราคงนึกถึงกุมารทองในรูปแบบของ “ผีเด็ก” คือมักจะมีภาพจำคือเป็นหุ่นเด็กผมมัดจุกนุ่งโจงกระเบน (ถ้าเป็นหนังผีตลกก็มักจะเป็นกุมารทองวิ่งดุ๊กดิ๊ก ๆ) ที่คนมักนิยมเช่าบูชาแล้วเลี้ยงเสมือนลูกที่เอาไว้เฝ้าบ้านและให้โชคลาภ (แล้วก็มักจะมีเรื่องเล่าประมาณว่า บ้านไหนที่เลี้ยงกุมารทอง เวลาเจ้าของบ้านไม่อยู่ก็มักจะส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวเหมือนเด็กเล่นกัน อะไรทำนองนี้)

แต่กุมารทองในความหมายของหนังเรื่องนี้ คือการจองจำวิญญาณหญิงท้องอ่อน ๆ เพื่อสูบกลืนวิญญาณแล้วจองจำเอาไว้เพื่อคงความเป็นอมตะ หรือเพื่อบรรลุในสิ่งที่คนทำพิธีต้องการ ซึ่งก็จะไปโยงกับเหตุการณ์ฆาตกรรมต่อเนื่องด้วยเหตุผลของการทำพิธีที่ต้องทำพิธีในคืนเดือนเพ็ญ ต้องวางยาสลบด้วยสารที่มาจากพืช แล้วทำการโกนขนตามร่างกายออกให้หมด จากนั้นต้องข่มขืนเพื่อทำให้หญิงผู้นั้นมีท้องอ่อน ๆ แล้วก็ทำการฆ่าทิ้งด้วยการรัดคอแล้วตัดหัว จากนั้นก็เอาหัวศพนั้นมาต้มจนเหลือแต่กะโหลก แล้วก็เอากะโหลกนั้นมาทำพิธีด้วยการสวดมนต์เพื่อสูบเอาไอวิญญาณนั้นเพื่อจองจำวิญญาณให้กลายเป็นทาส แล้วใช้วิญญาณนั้นดลบันดาลในสิ่งที่ตัวเองต้องการต่อไป

ซึ่งมันก็เลยน่าสนใจตรงที่ว่า ลลิว ฮวน นั้นมีปมฝังใจในวัยเด็กที่แม่ของเขาฆ่าตัวตาย ผนวกกับเขาได้ไปบังเอิญเจอกับแม่หมอคนหนึ่ง เขาเลยได้เรียนรู้วิชากุมารทองติดตัวมา และหวังจะใช้วิชากุมารทองเพื่อให้แม่ของเขากลับมาอีกครั้ง เลยเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ ลลิว ฮวน เริ่มมีความคิดที่จะต้องฆาตกรรมหญิงสาวเพื่อทำกุมารทอง แต่ก็ยังคงมีความลังเล เพราะว่าเกิดมีความรักใคร่ชอบพอกับซอย หญิงสาวผู้เป็นใบ้ ซึ่งตรงจุดนี้แหละที่ผมรู้สึกว่า การหยิบเอาเหตุการณ์จากข่าวจริงของฆาตกรต่อเนื่องคนแรกในประวัติศาสตร์เวียดนามมาต่อยอดนั้นทำได้เป็นอย่างดี คือเป็นการเพิ่มปูมหลังของฆาตกรให้มีเบื้องลึกเบื้องหลัง มีมิติของตัวละครที่มีทั้งมุมของความรัก ความเมตตา มีเสน่ห์ ดูน่าเชื่อถือ เรียกว่าไปแค่ไปรักษาโรคให้ชาวบ้านแค่ไม่กี่ครั้งแต่ก็ได้รับความเชื่อถือจากชาวบ้านในเวลารวดเร็ว รวมทั้งยังมีความอ่อนโยน รักแม่ รักเมียอยู่ในที

แต่ในคนเดียวกันก็กลับกลายเป็นฆาตกรผู้โหดเหี้ยม ที่พร้อมจะฆ่าทุกคนเพื่อสิ่งที่ตัวเองต้องการได้ด้วยเหมือนกัน ซึ่งตรงนี้ต้องให้เครดิตกับการแสดงของพี่ กวาง ต๋วน นักแสดงชื่อดังของเวียดนาม ที่สามารถทวิสต์บทบาทจากหมอผีหนุ่มทรงเสน่ห์และสามีผู้อ่อนโยน ใจดี ให้กลายเป็นสามีใจโหด และฆาตกรใจเหี้ยมเบ็ดเสร็จได้ในคนเดียว

สิ่งที่ผมเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้อีกอย่างคือการสร้างปมปัญหาให้ซอย ที่มีปัญหาพิการเป็นใบ้ ซึ่งต้องกลายเป็นคนที่ล่วงรู้ความลับดำมืดของสามีผู้เป็นหมอผี เรียกว่าการที่เธอได้อยู่กินกับสามี ทำให้เธอได้ล่วงรู้สิ่งต่าง ๆ แบบเกือบทุกซอกทุกมุม หลายครั้งเธอพยายามเข้าถึงความลับของลลิว ฮวน แต่ก็ดันบอกกับใครไม่ได้ ฟ้องตำรวจก็ไม่ได้ เพราะเธอเป็นใบ้หูหนวก ซึ่งก็คือคนพิการนั่นแหละ และเมื่อเธอเป็นคนพิการ สังคมของคนในหมู่บ้านก็ดูจะเหลียวแล และไม่พยายามจะสนใจหรือเข้าถึงคนพิการอย่างเธอไปด้วย เมื่อยามที่เธอต้องเจอเหตุการณ์เสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย เธอก็ไม่สามารถที่จะส่งเสียงหรือขอความช่วยเหลือใครได้เลย ซึ่งแม้ว่าเธอจะมีโอกาสเข้าถึงหลักฐานต่าง ๆ และเปิดโปงความลับในการเป็นฆาตกรต่อเนื่องของสามีกับตำรวจและชาวบ้านในหลาย ๆ ครั้ง (แถมยังเฉียดเสี่ยงตายอีกต่างหาก) แต่ด้วยอุปสรรคจากการเป็นใบ้ก็ทำให้คนในหมู่บ้านไม่สามารถเข้าใจเธอได้สักที

ซึ่งนั่นก็ส่งผลพลอยได้ ทำให้ผมเองที่เป็นคนดูก็พลอยจะอึดอัด คับข้องใจ คอยลุ้นและเอาใจช่วยซอยไปด้วย ซึ่งอันนี้ถือว่าเป็นความเจ๋งของหนังเรื่องนี้ไม่ใช่เพียงแต่สร้างคาแรกเตอร์คนใบ้หูหนวกให้กับซอยเฉย ๆ แต่ยังหยิบเอาคาแรกเตอร์นี้มาใช้เพื่อสื่อถึงความเป็น “คนนอก” ที่มักจะไม่มีสิทธิ์ไม่มีเสียง ถูกกีดกันออกจากสังคม และมีเพียงน้อยคนที่จะเข้าใจในความรู้สึกของเธอจริง ๆ ซึ่งตรงกันข้ามกับสามีของเธอที่ไม่ว่าจะทำอะไร ก็จะได้รับความเชื่อถืออยู่ตลอด ตรงนี้ต้องให้เครดิตหนัก ๆ กับน้อง หว่าง เอี๊ยน จีบี ที่สามารถถ่ายทอดอารมณ์ทั้งตอนตกหลุมรัก ดีใจ เสียใจ ผวากลัว หรือเสียใจผ่านสีหน้า แววตา และท่าทางออกมาได้ดีสุด ๆ แม้ว่าจะพูดไม่ได้เลยสักคำ เรียกว่าไม่เสียฟอร์มการเป็นนักแสดงและนักร้องมืออาชีพชื่อดังของเวียดนามเลยทีเดียว ที่สำคัญคือน้องน่ารักด้วยครับ แม้ว่าน้องจะได้รับบทเป็นสาวใบ้หน้าตาบ้าน ๆ แต่ความน่ารักของน้องนี่ ทะลุเมกอัปมอมแมม ๆ ขึ้นมาเลยแหละ

สนันสนุนโดย HaberPan.com ดูหนังออนไลน์ ดูหนังแอคชั่น