รีวิว Low Season สุขสันต์วันโสด


รีวิวหนัง Low Season สุขสันต์วันโสด อาจเป็น หนังรัก ที่หลายคนอาจมองข้าม อาจเป็นเพราะชื่อของผู้กำกับอย่าง นฤบดี เวชกรรม ที่สร้างผลงาน หนังผี หนังฮาๆ อย่าง สาระแนห้าวเป้ง สาระแนสิบล้อ และ สาระแนเห็นผี แต่ทว่าหลายคนอาจคิดผิด เพราะบอกเลยว่า หนังรักตลก คอมเมดี้ เรื่องนี้กลับดีกว่าที่คิด!!!

รีวิวหนัง Low Season สุขสันต์วันโสด หนังรักสุดฮา ปนความหลอน

Low Season สุขสันต์วันโสด หนังรักตลก แอบหลอน
เริ่มด้วยตัวละครหลักของเรื่อง พุธ นำแสดงโดย มาริโอ้ เมาเร่อ และ หลิน นำแสดงโดย พลอย-พลอยไพลิน ตั้งประภาพร พร้อมเหล่านักแสดงชื่อดังทั้ง นุ่น รับบทโดย โฟร์-ศกลรัตน์ วรอุไร , วิทยา รับบทโดย นิกกี้-ณฉัตร จันทพันธ์ รวมถึง พี่กะเร รับบทโดย เปิ้ล-นาคร ศิลาชัย

รีวิวหนัง Low Season สุขสันต์วันโสด หนังรักสุดฮา ปนความหลอน

บทบาทการแสดงของทุกคนทำออกมาได้ดีเล่นได้อย่างเป็นธรรมชาติ รวมถึงตัวหนังยังมีหลากอารมณ์ปะปนกันไปทั้ง หนังตลก หนังเศร้า หนังผี รวมอยู่ในเรื่องเดียวกัน ทำให้ หนังรักตลก เรื่องนี้ออกมาสนุกและน่าสนใจอย่างมาก

ตัวหนังเล่าถึงตัวละครหลักอย่าง หลิน ที่เพิ่งอกหักที่ได้ตัดสินใจออกเดินทางมายังสถานที่ที่เธอเคยมาเที่ยวกันอดีตแฟนเก่า ที่ปัจจุบันได้กลายเป็นนักร้องชื่อดังจนทำให้ความสัมพันธ์ของเธอและแฟนหายไปและกลายเป็นอดีตในที่สุด

และการเดินทางในครั้งนี้ก็ทำให้เธอมาพบกับ พุธ นักเขียนบทหนุ่มที่อกหักจากความรักมานับครั้งไม่ถ้วน และด้วยบรรยากาศที่พาไปและสถานการณ์ที่ทำให้ทั้งสองคนต้องใกล้ชิดกัน ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองเปลี่ยนไป

แต่สิ่งที่น่าสนใจของเรื่องนี้คือ หลิน เธอกลับความสามารถพิเศษสุดแปลกนั่นคือการมองเห็นผี และสิ่งนี้ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ความรักของเธอกับอดีตแฟนต้องจบลงไป
แม้จะดูเป็นเรื่องที่เลวร้าย แต่เมื่อ หลิน ได้เจอกับคนที่เข้าใจและทำให้เธอรู้สึกดีมากยิ่งขึ้น จึงทำให้นี่เป็นจุดเปลี่ยนของเธอในที่สุด

แต่สิ่งที่น่าผิดหวังไปเล็กน้อยของหนังเรื่องนี้ในช่วงท้ายของเรา หนังตัดจบรวดเร็วเกินไปโดยใช้เวลาประมาณ 20 นาทีเท่านั้นในการตัดจบ ทำให้หนังดูรวบรัดเกินไป แต่โดยรวมแล้วตัวหนังถือว่าทำออกมาดีและยังมีหลากอารมณ์ทั้งสนุก ตลก และยังแฝงความหลอนเอาไว้นิดๆ บอกเลยหนังเรื่องนี้ดีกว่าที่หลายคนคิดเอาไว้แน่นอน

ติดตาม ดูหนังแอคชั่น ดูหนังออนไลน์ ดูหนังฟรี ได้ที่ เว็บดูหนังออนไลน์ HD Movie2uFree

รีวิว มือปืน โลก / พระ / จัน 2

แนว: แอ็คชั่น | ตลก | ไทย

นำแสดง: ผดุง ทรงแสง, กรภพ จันทร์เจริญ, บริบูรณ์ จันทร์เรือง, ดาว ขำมิน, โจอี้ กาน่า, อุดม ทรงแสง, สมพงษ์ คุนาประถม, วีรยุทธิ์ นานช้า, วนิดา เติมธนาภรณ์, ดรุณี สุทธิพิทักษ์

กำกับ: ยุทธเลิศ สิปปภาค

เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับหนังไทยระดับตำนานกำกับโดย ยุทธเลิศ สิปปภาค นำแสดงโดย ตั๊ก บริบูรณ์ จันทร์เรือง, ดาว ขำมิน, อี๊ด โปงลางสะออน และ บ่าววี โดยเรื่องราวในภาคนี้จะเป็นการเริ่มเรื่องราวด้วยตัวละครชุดใหม่ ถือเป็นการกลับมาในรอบเกือบ 18 ปี เลยทีเดียว

ณ เวลาในอนาคตได้เกิดการระเบิดครั้งใหญ่บนดวงอาทิตย์ แรงระเบิดได้ส่งผลกระทบต่อชั้นบรรยากาศของ โลก บางส่วน ส่งผลให้ประเทศไทยมีอุณหภูมิลดต่ำลงกว่าจุดเยือกแข็งอย่างฉับพลัน ประชากรหนาวตายหลายสิบล้านคนและ “กรุงเทพมหานคร” กลายสภาพเป็นเมืองน้ำแข็งอย่างที่ใครก็ไม่คาดคิดมาก่อน เหล่าผู้รอดชีวิตที่เหลืออยู่ต่างทำทุกวิถีทางเพื่อเอาตัวรอด รวมไปถึง “คิด ไซเรนเซอร์” อดีตนักฆ่าหน้าหยก ผู้ช่ำชองในการฆ่าคนด้วยปืน ที่วันนี้สภาพร่างกายเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก

แต่เสือร้ายย่อมไม่สิ้นลายลงง่าย ๆ “คิด ไซเรนเซอร์” มีศิษย์รักผู้ที่เขาถ่ายทอดวิชามือสังหารให้ทุกอย่างคือ “โจ๊ก โซแบด” จนกลายมาเป็นนักฆ่าระดับแถวหน้าติดอันดับ 1 ใน 3 ของวงการและนอกจากสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างสุดขั้ว ระบบเศรษฐกิจและการปกครองของรัฐยังล้มเหลวลงอย่างไม่เป็นท่า กรุงเทพ…อยู่ภายใต้ความวุ่นวายเมื่อกลุ่มต่อต้านรัฐฝ่ายซ้ายและฝ่ายขวาจับมือร่วมกันหันมาเปิดสงครามกับรัฐบาลซึ่งในวันนี้ได้ขึ้นตรงต่อ “กองทัพกาขาว” ผู้ตั้งตนเป็นผู้ผดุงสันติเข้ามาดูแลความสงบให้กับ กรุงเทพ

แต่ภายใต้สันติที่กำลังผลิดอกออกผล ก็เกิดแผนสังหารลับ ๆ ขึ้นมา โดยมอบหมายให้กับ 3 มือสังหารระดับพระกาฬแห่งยุค โจ๊ก โซแบด มือปืนผู้มากับดวง แจ๊ส โซเด นักฆ่าผู้มากับเสียงเพลง และ เจ โซนาน่า จอมสังหารมือระเบิด โดยต่างก็ไม่ได้รับรู้ถึงภารกิจของกันและกัน ที่สำคัญดูเหมือนว่าเบื้องลึกเบื้องหลังการปฏิบัติการของทั้งสามมือสังหารนี้ จะมีความลับอันยิ่งใหญ่อะไรบางอย่างซุกซ่อนอยู่ ความลับที่แม้แต่ทั้งสามคนเองก็ไม่เคยทราบมาก่อนแม้แต่นิดเดียว

รีวิว พจมาน สว่างคาตา

คนไทยยังไงก็ชอบดูหนังไทย มากกว่าหนังชาติอื่นๆ มหาชนคนรักหนัง รอดูได้หนังน่าจะเด่นปี 2020 มีหลายแนวหลากรส พจมานสว่างคาตา นำโดยนางเอกคุณภาพ แพนเค้ก เขมนิจ จามิกรณ์ ตั้งใจมารั่วแรงมากระตุกต่อมฮา กำกับโดย พชร์ อานนท์ จะระเบิดความหรรษาโลกแตกได้มากแค่ไหน แพนเค้กเต็มที่อยู่แล้ว ทุ่มเทเกินร้อยให้กับทุกงานนะคะ

เรื่องย่อ

เรื่องราวสุดวายป่วงและสยองพองขนใน พจมาน สว่างคาตา เริ่มต้นขึ้นเมื่อ พจมาน (โก๊ะตี๋ อารามบอย) สาวน้อยผู้เรียบร้อยน่ารักเดินทางจากบ้านนอกเข้ากรุงเทพฯ เพื่อมาเรียนหนังสือต่อตามความประสงค์ของบิดาที่สั่งไว้ก่อนเสียชีวิต โดยให้พจมานไปอาศัยอยู่ที่คฤหาสน์บ้านดอกไม้ทองกับครอบครัวของหม่อมอัมราภาแพรวพรรณนารายณ์พรรณาโวหารสมานจิต (จาตุรงค์ โพธาราม) ซึ่งมีศักดิ์เป็นหม่อมป้า

และแล้วเมื่อพจมานเดินย่างกรายเข้ามาอยู่ที่บ้านดอกไม้ทอง เธอก็ได้พบกับ เบ้อเริ่มเทิ่ม (เอกชัย ศรีวิชัย), หญิงจิ๊ดริด (ยิ่งศักดิ์ จงเลิศเจษฎาวงศ์), ชายน้อยหนึ่ง (วีรดิษฐ์ ศรีมาลัย) ที่มีร่างกายพิการ ขาเป๋ ปากเบี้ยว และเหล่าบรรดาคนรับใช้ที่คอยกลั่นแกล้งพจมานสารพัด โดย แม่ช่อมณี (พชร์ อานนท์) หัวหน้าแม่บ้านซึ่งเป็นผู้กุมความลับสำคัญของบ้านดอกไม้ทอง 

เธอก้าวมาในบ้านอย่างที่ไม่คาดคิดว่าชีวิตของเธอนั้นกำลังตกอยู่ในในอันตราย! ทุกคนได้ร่วมกันวางแผนฆ่าพจมาน เพราะไม่อยากให้เธอมาแย่งมรดก แต่แผนการกลับล้มเหลวทุกคร้ัง จนกระทั่งจู่ๆ พจมานกลับลื่นตกบันไดลงไปตายเองต่อหน้าคนในบ้านเสียอย่างนั้น 

แต่แล้วท่ามกลางความสะใจและดีใจ หม่อมอัมราภาเพิ่งนึกได้ว่าพินัยกรรมจะเปิดได้ก็ต่อเมื่อคนในตระกูลอยู่ครบ และพรุ่งนี้เป็นวันที่ ชายกลาง (ชาลี ไตรรัตน์) จะเดินทางกลับมาจากต่างประเทศ ถ้าไม่มีพจมานก็จะไม่สามารถเปิดพินัยกรรมได้ ว่าแล้วแม่ช่อมณี หัวหน้าแม่บ้าน ได้แนะนำสาวสวยคนหนึ่ง (เขมนิจ จามิกรณ์)ให้เข้ามาสวมรอยเป็นพจมาน โดยสัญญาว่าจะมอบเงินก้อนโตให้เธอเอาไปเป็นค่ารักษาพยาบาลแม่… ใช่แล้ว และนับตั้งแต่ที่สาวสวยนามแพนเค้กก้าวเข้ามาในบ้านพร้อมภารกิจพิเศษ พร้อมๆ กับการต้องเผชิญหน้ากับผีพจมานตัวจริง! ที่คลั่งแค้นชนิดตั้งใจจะหลอกหลอนทุกคนในบ้านจนสว่างคาตา
ดูหนังออนไลน์ ดูหนังไทย ดูหนังเอเชีย ดูหนังฝรั่ง ดูหนังแอคชั่น

รีวิว ขุนพันธ์ 2

เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับหนังแอคชั่นฟอร์มยักษ์ ขุนพันธ์ 2 ภาคต่อที่จะมาระเบิดความมันส์ให้ได้ชมกันอีกครั้ง แน่นอนว่าหนังก็ยังคงได้ผู้กำกับคนเดิม ก้องเกียรติ โขมศิริ มาสร้างความสนุกให้แฟนๆ ได้ชมกันอีกครั้ง พร้อมด้วยนักแสดงนำอย่าง อนันดา เอเวอร์ริงแฮม ในบทขุนพันธ์, เป้ อารักษ์ ในบทเสือใบ, ผู้พันเบิร์ด ในบทเสือฝ้าย และสองสาว ก้อย รัชวิน, แม็กกี้ อาภา ที่จะมีบทบาทสำคัญในเรื่องกับอีกหนึ่งหนุ่ม วุฒิ นันทวุฒิ ตัวร้ายคนใหม่ของจักรวาลขุนพันธ์

ขุนพันธ์ 2 ว่าด้วยเรื่องราวการกลับมาของ ขุนพันธรักษ์ราชเดช นายตำรวจมือปราบจอมขมังเวทย์หนึ่งเดียว ที่พร้อมประชันหน้ากำราบที่สุดแห่งเสือภาคกลางที่โด่งดังในประวัติศาสตร์แฟ้มอาชญากรรมไทย ด้วยอาวุธ ด้วยอาคมแกร่งกล้า และด้วยความดี

หลังสร้างความมันส์ให้แฟนหนังอย่างจุใจในภาคแรกแล้ว ไม่นานเกินรอก็มีภาคต่อมาให้ชมกันแบบไม่ขาดตอนเลยทีเดียว สำหรับ ขุนพันธ์ 2 ที่ครั้งนี้ผู้กำกับ ก้องเกียรติ โขมศิริ ก็ยังคงใช้นักแสดงหลักชุดเดิมเพิ่มเติมคือตัวร้ายตัวใหม่ที่จะมาสร้างสีสันให้กับหนังมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น เสือฝ้าย หัวหน้าชุมเสือภาคกลาง และ อัศวิน ตำรวจหนุ่มไฟแรง ได้ว่าจัดเต็มชุดใหญ่กันเลยทีเดียว

บอกตามตรงว่าดูหน้าหนังขุนพันธ์ในภาคนี้นั้นดูดีกว่าภาคที่แล้วมาก ด้วยโปรดักชั่นงานสร้างที่ยิ่งใหญ่อลังการงานสร้าง ระเบิดภูเขาเผากระท่อมมาเต็ม งานภาพก็ดูดีแถมงานซีจีสเปเชียลเอกเอฟเฟกต์ก็ยังพัฒนาขึ้นมาก ในส่วนของบทก็ถือว่าทำออกมาค่อนข้างดีทีเดียว แม้บางช่วงอาจจะไม่ประติดประต่อแถมยังมีความตื้นเขิน แต่ด้วยงานแอคชั่นที่ทำออกมาได้มันส์สะใจ ประกอบกับวิชาอาคมต่างๆ ที่ตัวละครงัดออกมาสู้กันจึงพอกลบเรื่องของบทไปได้

ในส่วนของการแสดงของภาคนี้ หนุ่มอนันดา ก็ยังคงมาวินถ่ายทอดความเป็นนายตำรวจผู้ซื่อสัตย์ออกมาได้อย่างชัดเจน ผู้พันเบิร์ด ในบทเสือฝ้าย ก็ดูน่าเกรงขามสมกับเป็นหัวหน้าโจร แต่ดูเหมือนยังสลัดคราบคนดีจาก ตำนานสมเด็จพระนเรศวร ออกไม่ได้ ทำให้ยังไม่ค่อยเชื่อว่าเป็นตัวร้าย

และไม่พูดถึงก็คงไม่ได้สำหรับบทบาทของ หนุ่มเป้ อารักษ์ ที่ดูเหมือนจะมีมิติมากที่สุด ด้วยการแสดงที่มีหลากหลายอารมณ์ ทำให้เราได้เห็นศักยภาพของเขาที่ไม่ธรรมดา ด้วยความที่มีตัวละครสำคัญมากมาย จึงมีการเกลี่ยความสำคัญของตัวละครตัวอื่นๆ อย่างละเล็กละน้อย และดับฝันการเป็นตัวร้ายในภาคต่อของตัวละคร อัศวิน (รับบทโดย วุฒิ นันทวุฒิ) ที่มีทีท่าว่าจะไปต่อในภาคหน้าได้

แน่นอนว่านอกจากจะมีดีเรื่องงานแอคชั่นแล้ว หนังยังสะท้อนมุมมองทางสังคมและการเมืองออกมาได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการทุจริตคอรัปชั่น การใช้อำนาจไปในทางที่ผิดของนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ แถมยังมีการถ่ายทอดบทบาทของผู้มีอำนาจในบ้านเมืองเราออกมาได้อย่างคล้ายคลึงกันมาก

ขณะเดียวกันหนังก็ยังทำให้เราฉุกคิดเกี่ยวกับการทำหน้าที่ของตัวเองว่าแบบไหนที่ควรจะทำและทำแล้วมันถูกต้อง นี่จึงเป็นอีกหนึ่งหนังซูเปอร์ฮีโร่สัญชาติไทยที่มีดีและสนุกมากกว่าที่คิด หากได้รับการพัฒนามากขึ้นไปเรื่อยๆ สามารถทัดเทียมหนังซูเปอร์ฮีโร่ของต่างชาติได้เลย

รีวิว The Pool นรก 6 เมตร

สิ้นสุดการรอคอยแล้วสำหรับหนังไทยเรื่องล่าสุดที่ผู้คนพูดถึงมากที่สุดในเวลานี้ The Pool นรก 6 เมตร การกลับมารับงานแสดงหนังอีกครั้งของ เคน ธีรเดช การรับเล่นหนังเป็นครั้งแรกของสาว เกรซ รัชย์ณมนทร์ และการกลับมาทำหน้าที่กำกับหนังอีกครั้งของผู้กำกับ พิง ลำพระเพลิง กับพล็อตเรื่องที่เล่นในสถานที่จำกัด แม้จะดูเหมือนง่ายไม่มีอะไรซับซ้อน แต่ความท้าทายของหนังคือบทต้องดี อารมณ์ต้องได้ เนื้อเรื่องต้องเอาอยู่ The Pool นรก 6 เมตร จะสอบผ่านได้หรือไม่ เข้าไปติดอยู่ในสระน้ำเป็นเพื่อนพี่เคนพร้อมกันได้เลย

The Pool นรก 6 เมตร ว่าด้วยเรื่องราวของ เดย์ ที่เผลอนอนหลับอยู่บนแพยางบนสระว่ายน้ำ หลังจากที่ทำงานมาอย่างเหนื่อยล้า ทว่าเพื่อนของเขาได้เปิดระบบปล่อยน้ำในสระออก เมื่อเดย์ตื่นมาเขาจึงอยู่ในสระว่ายน้ำที่ระดับน้ำลดต่ำลงมาก และไม่สามารถปีนออกไปได้ ก้อย แฟนสาวมาหาเดย์แบบเซอร์ไพรส์ด้วยการกระโดดลงมา แต่พลาดท่าศีรษะฟาดกับที่กระโดดจนตกลงสระมาได้รับบาดเจ็บ หลังจากที่น้ำในสระหายไป ทั้งคู่จึงต้องทำทุกวิถีทางในการเอาตัวรอดจากสระว่ายน้ำไปให้ได้ใน ขณะที่สัตว์ร้ายอย่างจระเข้ก็พร้อมจะสร้างสถานการณ์ให้เลวร้ายมากยิ่งขึ้น

แม้ว่าไม่ได้แสดงหนังมา 9 ปีแล้ว แต่พระหนุ่มตลอดกาล เคน ธีรเดช ก็กลับมาทำหน้าที่เป็นผู้แบกหนังทั้งเรื่องในฐานะพระเอกอีกครั้ง ความยาวของหนังราวหนึ่งชั่วโมงครึ่งนั้น แทบจะไม่มีซีนไหนเลยที่คนดูจะไม่เห็นผู้ชายคนนี้ ภายในสระอันเวิ้งว้างและแห้งแล้ง ถูกเติมเต็มด้วยเสน่ห์ ความสามารถทางการแสดง และการส่งอารมณ์ให้คนดูตลอดเวลา ยังดีที่ได้สาว เกรซ รัชย์ณมนทร์ มาช่วยเบรกสายตาของหนุ่ม ๆ ให้ได้เห็นความน่ารักชื่นตาชื่นใจได้บ้าง บอกได้เลยว่าแฟนคลับ เคน ธีรเดช ตัวจริง ไม่ควรพลาดชมในโรงหนังเป็นอย่างยิ่ง

ก็เป็นจริงดังว่าหาใช่การโฆษณาเกินจริงไม่ เคมีระหว่าง เคน ธีรเดช และ เกรซ รัชย์ณมนทร์ ส่งให้กันนั้นถือว่าสอบผ่านตามที่ผู้กำกับ พิง ลำพระเพลิง บอกไว้จริง ๆ ยิ่งสาวเกรซถ่ายทอดอารมณ์ออกมาได้ดีเท่าไรก็ยิ่งทำให้คนดูเชื่อในสิ่งที่เธอกำลังแสดงได้ง่ายกว่านักแสดงหนังคนอื่น ๆ เพราะด้วยความสดใหม่ของสาวเกรซที่คอหนังไม่เคยได้เห็นผลงานมาก่อนก็ทำให้คอหนังพร้อมจะคล้อยตามไปกับเธอได้เป็นอย่างดี

ในส่วนของจระเข้นั้นก็ถือว่าทำออกมาได้น่าประทับใจ อย่างที่รู้กันมาก่อนหน้านี้แล้วว่าในหนังจะใช้จระเข้ตัวจริง จระเข้ปลอม รวมถึงการใช้จระเข้ที่สร้างขึ้นจากคอมพิวเตอร์กราฟิก ความเนียนของจระเข้ที่เห็นในหนังนั้นเกินกว่าที่คาดไปมาก จระเข้เนียนมาก เรียกได้ว่าเทคนิคพิเศษของวงการหนังบ้านเราใกล้เคียงระดับโลกมากขึ้นไปทุกทีแล้ว แม้ว่าจะมีบางจุดที่พอจะสังเกตเห็นได้ว่าเป็นคอมพิวเตอร์กราฟิก แต่ด้วยความตื่นเต้นและความระทึกของหนังก็ไม่ทำให้อารมณ์สะดุดแต่อย่างใด

แม้ว่าหน้าหนังจะพูดถึงอุปสรรคชิ้นใหญ่ให้คนดูรู้ล่วงหน้าไปแล้ว อย่างการลงไปอยู่ในสระน้ำที่ไม่มีน้ำและสูงถึง 6 เมตร ที่ไม่มีบันได สภาพแวดล้อมทั้งฝนทั้งแดด ไร้ซึ่งเสบียงอาหาร สภาพจิตใจที่ย่ำแย่มากขึ้นเรื่อย ๆ ท่อน้ำ และจระเข้ ทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมานี้ไม่ได้ลดทอนความลุ้นระทึกของหนังลงไปได้เลย

พิง ลำพระเพลิง เสมือนผู้เล่นเกมซิมส์ได้เนรมิตสรรค์สร้างความลำบากยากเข็ญและอภิมหาความโชคร้ายทั้งมวลที่จะเกิดขึ้นได้ให้กับหนังตลอดเวลา และพยายามคิดไปพร้อมกับตัวละครที่เสมือนหนึ่งเป็นชาวซิมส์ว่าจะแก้ปัญหาฟันฝ่าความยากลำบากตรงหน้าอย่างไร

หากใครโดนสปอยล์ตอนจบของหนังไปแล้วก็อย่าเพิ่งวิตกกังวลว่าจะดูหนังสนุกหรือไม่สนุก เพราะการรู้ตอนจบไปมันเทียบไม่ได้เลยกับสิ่งที่หนังพยายามเล่าเรื่องระหว่างทางผ่านสองตัวละครที่พยายามดิ้นรนอย่างสุดชีวิต สะท้อนออกมาเป็นแง่คิดต่าง ๆ ให้ผู้ชมแต่ละคนที่ผ่านประสบการณ์ชีวิตที่ไม่เท่าเทียมกันได้ตกผลึก และกลายเป็นบทเรียนสำคัญให้กับตัวเองได้

กล่าวโดยสรุปแล้วหนัง The Pool นรก 6 เมตร คงเป็นมาสเตอร์พีซผลงานชิ้นโบแดงขึ้นหิ้งอีกหนึ่งชิ้นของผู้กำกับ พิง ลำพระเพลิง ที่ทำผลงานได้สมกับความตั้งใจที่อยากจะทำมานานหลายปี และเมื่อเขาได้โอกาสที่จะรังสรรค์เรื่องราวในจินตนาการของตัวเองลงบนแผ่นฟิล์มภายใต้ชายคาค่าย T Moment แล้ว

พิง ลำพระเพลิง ไม่ลังเลที่จะจัดเต็มใส่ความเป็นตัวของตัวเองลงไปในฉากแต่ละฉากอย่างสุดความสามารถสมกับที่เขารอคอยมานาน ไม่รู้ว่าหลังจากที่หนังเข้าฉายจะถูกใจผู้ชมมากน้อยแค่ไหน แต่โดยส่วนตัวแล้ว The Pool นรก 6 เมตร เชื่อมั่นว่าน่าจะเป็นหนังไทยที่คนส่วนใหญ่แนะนำผ่านปากต่อปากมากที่สุดเรื่องหนึ่งของปีนี้เลย

รีวิว Gravity Of Love รักแท้…แพ้แรงดึงดูด

เรียกว่าเป็นภาพยนตร์รักโรแมนติกที่เข้าฉายปลายปีต้อนรับลมหนาวเลยทีเดียว สำหรับ Gravity Of Love รักแท้…แพ้แรงดึงดูด ผลงานการกำกับของ ซ้ง ธรธร สิริพันธ์วราภรณ์ และ เจ๋ง ถิรกร ปิยธรรมชัย จากค่ายหนังน้องใหม่ ณวลาร์ท นิมิต ของ เป๊ป ณพสิทธิ์ เที่ยงธรรม ที่ผันมาเป็นผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ครั้งแรก หลังจากคร่ำหวอดอยู่ในวงการโทรทัศน์ไทยมานาน โดยหนังยังได้ 3 นักแสดง เต้ย จรินทร์พร, บอย ปกรณ์ และ หลุยส์ สก๊อต มาถ่ายทอดเรื่องราวความรักในครั้งนี้

Gravity Of Love รักแท้…แพ้แรงดึงดูด ว่าด้วยเรื่องราวของ ฟ้า ผู้หญิงที่เคยผิดหวังกับความรักและคำว่า พรหมลิขิต กำลังตามแก้เผ็ดเหล่าแฟนเก่าที่ทำให้เธอต้องผิดหวัง แต่นั่นกลับทำให้เธอเผลอรั่วและได้พบกับ เซน ชายหนุ่มสุดเพอร์เฟกต์ ที่เหมือนกับโชคชะตาดึงดูดให้ทั้งสองคนมาพบกัน เมื่อเวลาผ่านไปฟ้าวางแผนกับเพื่อนๆ ว่าจะไปเที่ยวเซนได ประเทศญี่ปุ่น โดยมี เต้ นักบินสุดหล่อเพื่อนสนิทที่แอบชอบและคอยดูแลฟ้ามาตลอด ตั้งใจว่าจะใช้เวลาพิชิตใจฟ้าให้ได้ในทริปนี้ ท่ามกลางแรงเชียร์ของเพื่อนๆ ที่อยากให้ทั้งคู่ลงเอยกัน

เมื่อแรงดึงดูดของโชคชะตา ทำให้ฟ้าและเซนได้มาเจอกันอีกครั้ง ฟ้าจะตัดสินใจยังไงเมื่อเกิดสงครามเดิมพันระหว่าง คนที่ทุ่มเทเพื่อเธอมาตลอดกับคนที่เหมือนเป็นแรงดึงดูดจากโชคชะตา คำถามจึงเกิดขึ้นในใจฟ้าว่าถ้าจะมีรักแท้เราต้องยอมแพ้หรือเอาชนะโชคชะตา สุดท้ายแล้วผู้หญิงที่ดูเหมือนจะสวยเลือกได้อย่างฟ้าจะเลือกใคร หรือจะขอครองความเป็นโสดต่อไป

นับว่า Gravity Of Love รักแท้…แพ้แรงดึงดูด เป็นภาพยนตร์รักโรแมนติกเพียงเรื่องเดียวที่เข้าฉายในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งการได้นักแสดงมากฝีมือที่การันตีรางวัลมาหลายเวทีอย่าง เต้ย จรินทร์พร มาแสดงนำก็สร้างความอยากขึ้นมาได้มากโข ประกอบกับการได้เห็นสองหนุ่ม บอย ปกรณ์ และ หลุยส์ สก๊อต มาร่วมแสดงก็ยิ่งทำให้น่าสนใจมากขึ้นไปอีก แต่ก็ต้องบอกกันตามตรงว่าเมื่อได้ดูหนังแล้วมันไม่ได้ออกมาสนุกอย่างที่คิดไว้เลย

เริ่มกันตั้งแต่พล็อตเรื่องที่ก็ไม่ได้มีความแปลกใหม่อะไรมากนัก ทั้งในเรื่องของรักสามเส้าเราสามคนที่มีให้เห็นกันในหนังรักหลายๆ เรื่อง โดยเฉพาะคำว่าพรหมลิขิตหรือความพยายามที่ใช้กันจนเกร่อ ทำให้ไม่สามารถมีอารมณ์ร่วมไปกับเรื่องราวต่างๆ ได้ รวมไปถึงการใช้ฉากหลังที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ โดยในเรื่องนี้ใช้เมืองเซนได ประเทศญี่ปุ่น เป็นโลเคชั่นหลัก แม้จะปฏิเสธไม่ได้ว่าบรรกาศต่างๆ ล้วนสวยงามตามท้องเรื่อง แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้หนังสนุกขึ้นเลย

เป็นเรื่องน่าเสียดายที่เอานักแสดงมากฝีมืออย่าง เต้ย จรินทร์พร มาขาย ซึ่งบทบาทของเธอนั้นก็ถือเป็นตัวแบกรับทุกอย่างไว้ทั้งเรื่อง แม้จะมีหลายๆ ฉาก หลายๆ ตอนที่ทำให้เราเพลิดเพลินได้ไม่น้อย แต่ก็ต้องยอมรับว่าโดยภาพรวมของหนังยังคงมีความเป็นละครหลังข่าวสูงมาก ด้วยการดำเนินเรื่องรวดเร็ว ตัดกระชับเสียจนเราไม่ทันได้ดื่มด่ำกับความโรแมนติก ประกอบกับการใช้นักแสดงที่มากเกินความจำเป็น เข้าใจว่าผู้สร้างต้องการให้มีความรักหลายๆ รูปแบบ แต่พอทำออกมาแล้วมันจึงทำให้ดูเยอะจนน่ารำคาญ

หากพูดกันตามตรงเมื่อได้ดูหนังจนจบจะพบว่าเรื่องราวใน Gravity Of Love ช่างมีความคล้ายคลึงซีรีส์เกาหลีในยุคแรกเริ่มที่มีความน้ำเน่าสุดๆ เรียกว่าเดาได้ตั้งแต่แรกแล้วว่าเรื่องราวจะจบลงยังไง เอาเป็นว่าหากใครอยากลองพิสูจน์ก็คงไม่เสียหายอะไร เชื่อว่าผู้ชมน่าจะได้มุมมองที่ต่างกันออกไปไม่เหมือนกันแน่นอน

รีวิว ออนซอนเด หนังรอมคอมฉบับไทบ้านที่หวังเอาใจคนอีสาน

ถือเป็นหนังไทยเรื่องแรกที่เข้าฉายในเดือนพฤษภาคมต้อนรับวันแรงงาน สำหรับ ออนซอนเด ผลงานการกำกับล่าสุดของ ธีรเดช สพันอยู่ ที่นักร้องร้อยล้านวิว เบิ้ล ปทุมราช ขอพ่วงตำแหน่งนักแสดงนำและผู้อำนวยการสร้างด้วยตัวเอง พร้อมกันนี้ยังได้พี่น้องนักร้องเลือดอีสานมาร่วมสร้างเสียงหัวเราะให้กับแฟนๆ มากมาย อาทิ ก้อง ห้วยไร่, แซ็ค ชุมแพ, ธัญญ่า อาร์สยาม และยังได้ แน็ก ชาลี โดดมาสมทบอีกด้วย

ออนซอนเด ว่าด้วยเรื่องราวของ ต่ง, รวย, อ๊อดแอ๊ด สามหนุ่มอีสานบ้านทุ่งวัยแตกพันธุ์ที่กำลังมองหาแม่พันธุ์ทีดีสำหรับชีวิตคู่ ต่งนั้นต้องการแม่พันธุ์ที่เพรียบพร้อมเลิศเลอเพอร์เฟกต์ จึงมองข้าม ดอกหญ้า สาวไทบ้านเดียวกันที่มอบหัวใจให้ต่งไปทั้งดวง แต่พอมี ยุทธ หนุ่มเมืองกรุงมาดเซอร์ นักอนุรักษ์ท้องถิ่นเข้ามาชอบดอกหญ้า ทำให้ต่งเริ่มไม่พอใจ ส่วนรวยก็ต้องการ มะลิ มาเป็นคู่ชีวิตที่จะดูแลกันและกันตลอดไปแต่กำแพงเงินตราที่ต่างชั้นเป็นขวางหนามกั้นกลาง

ดูเหมือนว่าจากกระแสหนังอีสานที่กำลังมาแรงและทำเงินได้ดีในสองสามปีหลังๆ มานี้ส่งผลให้หลายค่ายทยอยผลิตผลงานแนวนี้ออกสู่ตลาดมากขึ้น โดยเฉพาะค่าย เอ็ม พิคเจอร์ส ที่ดูเหมือนว่าจะมาเอาดีสนับสนุนหนังไทยมากกว่าเดิม แต่ก็ไม่รู้ว่า ออนซอนเด จะทำรายได้มากอย่างที่คาดหวังไว้หรือไม่ เพราะจากตัวอย่างหนังที่ปล่อยออกมาก็คล้ายกับว่าไม่ค่อยมีมุกให้เล่นมากนัก ออกจะซ้ำซากและจำเจไปไม่น้อย แต่จะว่าไปอาจจะเป็นม้ามืดทำรายได้หลายสิบล้านก็เป็นได้

ต้องบอกกันตามตรงว่าด้วยเรื่องราวของ ออนซอนเด นั้นไม่ได้มีความแตกต่างหรือแหวกแนวไปจากหนังอีสานเรื่องอื่นๆ ที่พยายามนำเสนอความเป็นไทบ้านออกมาให้แฟนๆ ได้ชม ทั้งเรื่องราวการใช้ชีวิต การปรับตัวให้เข้ายุคสมัย จนไปถึงเรื่องราวความรักสามเศร้า รักต่างชนชั้น ที่ใช้เทคนิคการเล่าเรื่องที่ธรรมดาจนไม่ค่อยน่าสนใจ บางจุดก็ยืดเยื้อไปมาก บวกกับการแสดงของหลายๆ ตัวละครที่แข็งทื่อ ทั้งยังต้องพบกับบทบาทเดิมๆ ของนักแสดงนำ หนังจึงไม่ได้สร้างความประทับใจเท่าที่ควร

แต่ก็ใช่ว่าหนังจะไม่สนุกเลย เพราะก็มีหลายๆ ฉาก หลายๆ ตอนที่สร้างเสียงหัวเราะและรอยยิ้มให้ผู้ชมได้เหมือนกัน ที่สำคัญหนังสร้างเรื่องราวความโรแมนติกคอมเมดี้หวังตีตลาดคนอีสานโดยเฉพาะ โดยเฉพาะความตลกกับการสนทนาแบบอีสาน หากเป็นคนภาคอื่นอาจจะต้องใช้เวลาในการเข้าใจการรับส่งมุกตลกเหมือนกัน อย่างไรก็ตามด้วยภาษาของหนังก็คงไม่ยากเกินกว่าจะเข้า