The Half of It ชีวิตจะสมบูรณ์ไหม ถ้าฉันไม่ได้เจออีกครึ่งใจของตัวเอง

The Half of It คือหนังก้าวพ้นวัย (coming of age) ที่คล้ายเป็นส่วนผสมของ The Perks of Being a Wallflower (2012) กับ Love, Simon (2018) ในแง่ของการเล่าเรื่องเด็กสาวเอเชียผู้แอบรักเพศเดียวกันแต่ไม่กล้าบอก คาแร็กเตอร์ของเธอจัดอยู่ในระดับกลางๆ ไม่ถึงกับเป็นลูสเซอร์ แต่ก็ไม่ได้ป๊อบปูลาร์

พูดตามตรงว่าถ้าไปอยู่ในหนังเรื่องอื่น ตัวละครแบบนี้จะเป็นได้แค่เพื่อนตัวเอกหรือตัวประกอบเท่านั้น นอกจากการล้อเลียนเรื่องเสียงรถไฟและการที่ใครต่อใครพึ่งพาเธอเรื่องการเรียน เอลลี่ก็ถูกจัดเป็นคนประเภทที่คนอื่นมักจะมองข้ามเพราะเธอช่างแสนธรรมดา ไม่น่าสนใจไปซะทุกด้าน ซึ่งในโลกความจริงเด็กแบบเอลลี่อาจมีจำนวนมากกว่าเด็กที่ป๊อบปูลาร์หรือลูสเซอร์ก็ได้

“ตั้งแต่เด็กฉันแทบจะไม่ได้ดูหนังที่ตัวละครเอกเป็นคนเชื้อสายเอเชีย-อเมริกัน” ลีอาห์ ลูวิส ย้ำว่าการได้สวมบทบาทเป็นเอลลี่เป็นมากกว่าการแสดงหนังเรื่องหนึ่ง เพราะนี่อาจเป็นหนึ่งในไม่กี่ครั้งที่เด็กสาวเชื้อสายเอเชีย-อเมริกันจะได้เห็นตัวละครคล้ายตัวเองรับบทนำในหนังเมนสตรีม “เรื่องของพวกเขาควรค่าแก่การถูกเล่า เพราะในโลกความจริงพวกเขาคือตัวเอกในหนังชีวิตของตัวเอง และพวกเขาก็เผชิญปัญหาที่เอลลี่กำลังเจออยู่จริงๆ”

Leah Lewis, ผู้กำกับ Alice Wu, Daniel Diemer – Photo Credit: Netflix / KC Bailey

นี่คือเรื่องของความสัมพันธ์อีกแบบหนึ่ง

ถ้าดูแค่ตัวอย่างหนัง หลายคนอาจเดาว่านี่คงเป็นหนังไฮสคูลประเภท 1 หนุ่ม 2 สาว ที่เป็นรักสามเส้าแน่ๆ เราไม่อยากสปอยล์บทสรุปของเรื่อง จึงไม่อาจบอกว่าข้อสันนิษฐานนั้นถูกหรือผิด แต่ที่แน่ๆ นอกจากเส้นเรื่องความรักแบบคู่รักแล้ว The Half of It ยังฉายภาพความสัมพันธ์ระหว่างพ่อ-ลูก ครู-ศิษย์ และเพื่อนต่างเพศ

ตลอดทั้งเรื่องเราจะเห็นพัฒนาการของเอลลี่และพอลที่เริ่มต้นด้วยการรู้จักกันเพราะอีกฝ่ายจ้างให้เขียนจดหมายรัก ก่อนจะค่อยๆ พัฒนามาเป็นเพื่อนที่ไปไหนมาไหนด้วยกัน แชร์เรื่องส่วนตัวให้กันฟัง จนกลายเป็นคนสนิทที่หวังดีต่อกันทุกเรื่อง ระหว่างทางเราเอาใจช่วยเอลลี่สลับกับตกหลุมรักความบ้องตื้นของพอล รู้ตัวอีกทีก็แทบจะอยากเทปมยุ่งเหยิงเรื่องรักสามเส้าทิ้งไป แล้วให้ทั้งคู่อยู่กันฉันเพื่อนสนิทไปนานๆ

Netflix / KC Bailey

ว่ากันตามตรง ความสัมพันธ์ของสองตัวเอกแทบจะเป็นพล็อตหลักของหนัง และพูดอย่างนั้นก็ไม่ผิด เพราะวูเล่าในการสัมภาษณ์หนึ่งว่า เธอตั้งใจให้ The Half of It เป็นเรื่องของมิตรภาพระหว่างเลสเบี้ยนกับชายแท้ (straight) ซึ่งหลายคนมักมองว่าเป็นไปได้ยาก

ฉันดูหนังรักเยอะมากและทุกเรื่องพยายามเทิดทูนความรักแบบโรแมนติก การตามหาคนที่จะใช้ชีวิตกับเราจนแก่เฒ่าคือเรื่องที่ต้องทำ แต่เมื่อฉันมองย้อนกลับไปในชีวิตของตัวเอง ฉันคิดว่าความสัมพันธ์ที่สำคัญกับตัวฉันไม่ใช่รักโรแมนติกเสียทีเดียว

ตอนฉันเปิดตัวว่าเป็นเลสเบี้ยน เพื่อนสนิทที่เป็นชายแท้ซัพพอร์ตฉันเป็นอย่างดีทั้งๆ ที่เราต่างกันมาก ทุกคนคิดว่าเราอยู่ด้วยกันต้องเดตกันแน่ๆ แต่ไม่ใช่ ฉันคิดว่าความสัมพันธ์รูปแบบนี้มีเรื่องน่าสนใจให้สำรวจล่ะ” วูจึงหยิบประสบการณ์ตรงของเธอมาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสองตัวละครเอกเพื่อยืนยันว่า ความรักบริสุทธิ์แบบไม่มีกรอบเรื่องเพศมาจำกัด (platonic love) มีจริง

thoi
Netflix

เมื่อดูจบ เราอาจพูดได้ว่า The Half of It มีองค์ประกอบที่เราคาดหวังจากหนัง coming of age ดีๆ สักเรื่อง เราชอบคาแร็กเตอร์ตัวละครที่ฉายความน่ารักกับข้อบกพร่องได้ชัดเจนพอกัน ดนตรีประกอบเพราะๆ กับบรรยากาศที่ไม่ได้สดใสมากแต่กลับให้ความรู้สึกอบอุ่น การดำเนินเรื่องไม่หวือหวาแต่ค่อยๆ กุมใจเราให้อินทีละนิด ฉากเปิดใจของตัวละครที่ไม่ฟูมฟาย และบทสรุปที่ยิ้มได้แบบมีน้ำตาผสมหน่อยๆ

และที่ชอบที่สุดคือมุมมองความรักที่ตั้งคำถามกับคำว่า ‘คู่แท้’ ตั้งแต่ชื่อเรื่อง เราชาชินกับความเชื่อว่าทุกคนมีคู่แท้ ซึ่งถูกฉีกแยกออกจากตัวเราตั้งแต่เกิด ภารกิจของเราในฐานะมนุษย์คนหนึ่งคือการตามหาอีกครึ่งของตัวเอง แต่เอลลี่ไม่ได้เชื่อแบบนั้น

“ความรักไม่ใช่การอดทน เมตตา และถ่อมตน ความรักคือความยุ่งเหยิง เลวร้าย เห็นแก่ตัว และกล้าหาญ มันไม่ใช่การตามหาคู่แท้ของเรา แต่คือการพยายามและการล้มเหลว

“ความรักคือการยินดีที่จะทำลายภาพวาดดีๆ ที่เราวาดขึ้นเพื่อโอกาสที่จะวาดภาพชิ้นใหม่ที่ยอดเยี่ยมกว่าเดิม”

ความรักอาจเริ่มต้นหรือถูกทำลายได้จากการเอ่ยปากบอกรักใครสักคน แต่ไม่ว่ามันจะออกหัวหรือก้อยก็คงไม่เป็นไร เพราะในท้ายที่สุดเอลลี่ก็ได้ค้นพบบทเรียนที่สำคัญที่สุดที่เธอได้รับจากพอล หนุ่มนักกีฬาท่าทางซื่อบื้อคนหนึ่งที่จ้างให้เธอเขียนจดหมายรักถึงหญิงสาวอีกคน

บทเรียนที่บอกเธอว่า ความรักไม่ใช่การตามหาความสัมพันธ์แบบคู่รักเพื่อให้รู้สึกเติมเต็ม ชีวิตของเราเติมเต็มได้ด้วยความสัมพันธ์รูปแบบอื่นที่มีค่าไม่แพ้กัน และมันคงไม่เป็นไรหรอกมั้งถ้าเราจะไม่ได้เจออีกครึ่งหนึ่งของตัวเอง

หนังแนะนำ